Jinnipar 的个人资料जिंनिपर चोचम्नं照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
8月29日 เมื่อข้าพเจ้ามีโอกาสไปบ้านเด็กอ่อนเด็กน้อยคอยโอบอุ้ม เอาบุญ แคลนขาดรักละมุน อุ่นล้ำ ชั่วคราวพี่การุณย์ หนูหน่อย เพียงแค่ป้อนข้าวน้ำ หยอกล้อ พอเพลิน
ย่างก้าวสู่สถาน บ้านวิมานไม่สวยหรู น้องน้อยยืดคอชู มองดูพี่ที่เข้ามา พี่จ๋าพี่จ๋าพี่ ตัวหนูนี้เด็กหนักหนา ไม่อาจเอ่ยวาจา แต่แววตาหนูสื่อใจ แววตาของเด็กน้อย ยังเคลื่อนคล้อยความสดใส ราวกับรอเพียงใคร ที่จากไปไม่หวนมา แม่พ่อไม่รู้จัก อบอุ่นรักที่โหยหา ใครหนอจะเมตตา แบ่งเวลาแม้น้อยนิด สองมือลองอุ้มน้อง คอยประคองหนึ่งชีวิต ชีวิตที่ไม่ผิด แต่ต้องรับผลเวรกรรม ทิ้งลูกแล้วหนีกลับ ไม่ยอมรับอุปถัมภ์ เวรแท้!พ่อแม่ทำ ลูกรับกรรมต้องเดียวดาย น้องน้อยจูงมือพี่ อยู่อย่างนี้อย่าหนีหาย ปกป้องคุ้มครองกาย หนูได้ไหมแค่ไม่นาน หนูยิ้มหนูเริงร่า เพราะพี่มาสนุกสนาน รู้ไหมว่าเมื่อวาน หนูแสนเหงาเศร้าวังเวง ห้องแคบสี่เหลี่ยมเรียบ บ้านเงียบเชียบสุดโหวงเหวง คือโลกของหนูเอง โลกทั้งใบที่เคยเจอ หนูน้อยเงยหน้าจ้อง ราวร่ำร้องในใจเสมอ เด็กน้อยฝันละเมอ อยากเจอรักที่แท้จริง ตอนบ่ายแต่งตัวน้อง งอแงร้องทั้งชายหญิง หนูจะอยู่นิ่งนิ่ง พี่ใส่เสื้อให้หนูที พาเล่นพาหนูกอด ให้ตลอดนะจ๊ะพี่ อุ้มหนูชูขึ้นที โลกใบนี้จะสวยงาม เล่นเล่นหนูชวนเล่น นับไม่เป็นหนึ่งสองสาม ได้แค่คลานคลานตาม พี่ไปไหนหนูจะไป ถึงเวลาอาหาร หนูไหว้วานพี่ได้ไหม ป้อนหนู!ป้อนหนู! ไง ไม่โวยวาย กินโดยดี ถึงเวลาต้องจาก ต้องพลัดพรากกันตอนนี้ ต่างไปคนละที่ น้องต้องไปโลกใบเดิม พรุ่งนี้พี่มาไหม น้องสงสัยใจส่งเสริม อยากให้พี่มาเติม ใจน้อยน้อยให้เต็มดวง จากน้องมานั่งคิด หนึ่งชีวิตแสนใหญ่หลวง กว่าจะเกิดล้ำล่วง เติบโตได้เป็นหนึ่งคน แม่เหนื่อยหนักเพียงไหน รับรู้ได้เพียงหนึ่งหน คราแรกที่ได้ยล ว่าเลี้ยงคนหนักเพียงไร สัญญาจะรักแม่ จะดูแลไม่ไปไหน อยู่ด้วยมิห่างไกล เหมือนที่แม่เคยทำมา ขอบคุณที่รักลูก คอยพักผูกลูกหรรษา ขอบคุณแม่เมตตา ไม่ทอดทิ้งลูกจากไกล สัญญากับตัวเอง ว่าจะเกรงจะจำไว้ ว่าข้านี่จักไม่ ทอดทิ้งลูกถ้าหากมี เด็กน้อยที่ไม่ผิด หนึ่งชีวิตไร้เดียงสี ไฉนถูกย่ำยี บุพการีไร้หัวใจ! ตอนรักกันไม่คิด เกิดชีวิตกลับทิ้งได้ ผลกรรมติดนำไป อยู่ที่ไหนใจระทม ส่งจิตถึงน้องน้อย ที่รอยคอยในความขม ขอให้ความระทม เหือดหายแห้งในเร็ววัน ขอให้มีคนรัก มีที่พักอย่างสุขสันต์ มี“บ้าน”ครอบครัวอัน อบอุ่นที่เธอโหยหา บุญใดที่ฉันทำ จงหนุนนำช่วยรักษา ให้มีคนเมตตา รักมาหาเธอเถิดเอย (ที่มานิดนึง สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ม.6 สาธิตเกษตร รู้ว่าอ่านน่า ถึงไม่เม้นก็เหอะ เดี๋ยวจะงงว่ามายังไง)
เอ่อ...มันเป็นงานวิชาสังคมอ่ะนะ เรื่องของเรื่องคือ โรงเรียนเราเค้าพาไปทำ หนึ่งวันหนึ่งความดีถวายในหลวง คือไปบ้านเด็กอ่อนมาเนี่ย เราไปบ้านปากเกร็ดมา (วันที่ 15 สิงหา)
แล้วมีงานให้เขียนความประทับใจ ความรู้สึกบลาๆๆประมาณนั้นแหละ หัวข้อก็หัวข้อเอนทรีนี้เเหละ
(เค้าไม่ได้ให้แต่งกลอน แต่สดอ่ะ จะทำไม 555+)
8月26日 ฮัยกรุ8月22日 ช่างมันเถอะการบ้านทำไม่ได้................ช่างมันเถอะ
เกรดสี่อยู่แสนไกล..............ช่างมันเถอะ
ชีวิตวุ่นวาย.....................ช่างมันเถอะ
งานการบ้านมากมาย............ช่างมันเถอะ
น้ำหนักลดไม่ได้................ช่างมันเถอะ
มีคนมากวนใจ.................ช่างมันเถอะ
โดเรม่อนเนเวอร์ดาย...........ช่างมันเถอะ
หมีโพลาร์กำลังจะตาย..........ช่างมันเถอะ
ง่วงนอนมากมาย...............ช่างมันเถอะ
หมาเห่าอะไร..................ช่างมันเถอะ
อยากเห็นทะเลทราย............ช่างมันเถอะ
ทฤษฎีพาราดอกซ์ไม่อาจเข้าใจ...ช่างมันเถอะ
ความรู้หายไปไหน..............ช่างมันเถอะ
แครอทกินยังไง................ช่างมันเถอะ
หนังสือกองตั้งใหญ่.............ช่างมันเถอะ
เมืองไทยช่างวุ่นวาย............ช่างมันเถอะ
คนแก่งแย่งกันทำไม...........ช่างมันเถอะ
คนเราเกิดมาต้องตาย...........ช่างมันเถอะ
นี่ฉันพิมพ์อะไรลงไป -*- "ช่างมันเถอะ"
ปล. คนที่มาเม้นกรุณาลงชื่อนะจ๊ะ จะได้รู้ว่าเป็นใคร
ลากทึบเนี่ย คิดว่ามีอะไรรึไง ช่ามันงคเอะน่า อย่ามาลากเลย ไม่มีไรหรอก 8月20日 ความรักมีอิทธิพลมากกว่าที่คิดวันนี้มาเขียนเรื่องพิเศษๆ น่ารักๆกันซักนิดนึง
เป็นเรื่องจริงเรื่องหนึ่ง ที่จินนี่ได้ไปคุยกับคนๆหนึ่งมา แล้วพบว่า
"ความรักมีอิทธิพลมากกว่าที่คุณคิด"
แม้จะเป็นความรักข้างเดียว หรือความจริงแล้วจะเป็นแค่ความชอบก็เหอะ
มันทำให้ผู้หญิงคนหนึ่ง กล้าทำในสิ่งที่คนหลายๆคนไม่ทำ หรือทำไม่สำเร็จ
มันทำให้เธอคนนั้นลดน้ำหนักลงได้ ด้วยวิธีการที่ดูหนักหนาพอควร
ออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง โดยใช้เวลาสองชั่วโมงอยู่บนจานทวิสต์! (ซึ่งน่าเบื่อโคตรๆเลย)
ทุกวันๆๆ โดยท่องว่า "ชั้นต้องผอมๆๆ เพื่อเขาๆๆๆ"
เป็นเดือนๆทีเดียวนะ น่าจะหลายเดือนด้วย
จนในที่สุด เธอคนนั้น ก็มีรูปร่างอย่างที่ปรารถนาจนได้ในปัจจุบัน
ถึงแม้...ความรักนั้นจะไม่สมหวังก็ตาม
แต่ก็มีความสุขดีไม่ใช่หรือ...ที่ได้ทำอะไร เพื่อคนที่รัก
และเพื่อตัวเอง
...
หันมามองตัวเอง แล้วชาตินี้ชั้นจะผอมไหมเนี่ย ไร้แรงบันดาลใจมาโดยตลอด 555+
ปล. แครอทกิโลละ 9 บาท!! เอามาทำไรกินได้มั่ง อยากกินเบต้าแคโรทีน แต่คิดเมนูไม่ออก
8月17日 ไม่น่าเรียกว่ากลอนทำไมโลกต้องหมุนไป
ใครๆสงสัยไหม
ถึงหมุนแล้วได้อะไร
ดูๆไปก็เท่านั้น
เครียดมั้ยกับชีวิต
ทั้งคิดลิขิตฝัน
นั่นอยู่ที่ตัวนั่น
เลยหรือไม่ถึงอยู่ที่ใจ
พักบ้างถ้าหากเหนื่อย
ผ่อนบ้างหากตึงไป
ให้เพียงรู้ไว้
เพียงพอแล้วที่พยายาม
ดื่มด่ำกับสุนทรีย์
น้ำใจดีและรอยยิ้ม
วันใดที่มืดมน
ละขอคนมาปลอบใจ
แปดเปื้อนก็ล้างได้
แก้วก็ยังใสเสมอ
เดินไปในดงป่า
เล่นล้อเลียนกับสายลม
คลายความขื่นขม
เครียดตรมในใจ
บ้างใช้เวลา
แย้มพรายปลายปลิดดอก
ยิ้มแย้มออกดอกไม้บาน
ทุกต้นทุกเชื้อพันธุ์
วันคืนเล่าเจ้าน่าชม
ให้โลกมีสันสี
กันทุกข์โศกด้วยสดใส
และกลิ่นจำรุงใจ
กันภัยร้ายใจทะมึน
ออกบินไปจากรัง
กำลังมั่นใจกล้าหาญ
กายใจไม่ร้าวราน
ด้วยเชี่ยวชาญทางที่บิน
อย่าผูกใจเจ็บ
ลืมที่เก็บอัดอั้น
คิดมากทำไมกัน
ถึงสวรรค์หรือไร
ฉันไม่เข้าใจ
![]() ขอพรให้โลกสดสวย
ให้คนมีจิตสำนึก
ฝันไปรึเปล่า
ดีที่ตื่นทัน
ไม่น่าเรียกว่ากลอนแฮะ แต่งตามอารมณ์
ซักคน: เป็นยังไงบ้าง
จิณห์นิภา : ก็มีความสุขดี
อนาคตก็คืออนาคต ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอแล้ว
8月12日 กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้วกาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
มีดินแดนหนึ่ง...ที่มนุษย์ไม่อาจหยั่งถึง
"ดินแดนแห่งนก"
ดินแดนที่เป็นเกาะ มีห้วงน้ำใหญ่ล้อมรอบ
ผู้ที่มีปีกเท่านั้น จึงจะได้สัมผัส...
ความอิสระที่มนุษย์ทุกผู้โหยหา
จริงๆแล้ว...อาจจะอยู่ในกรอบ
กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
มีสิ่งหนึ่ง...ที่มนุษย์จำนวนมากไม่เคยสัมผัส
ไม่มีโอกาส ไม่มีเวลาหรือ?
หลับตาลงสิ หายใจลึกๆ
ได้กลิ่นไหม??
กลิ่นฝน กลิ่นดอกไม้ กลิ่นแห่งความสดชื่น
กลิ่นแห่งธรรมชาติ...สงบและผ่อนคลาย
กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
มีเสียงๆหนึ่ง...ที่มนุษย์ไม่ค่อยได้ยิน
เงี่ยหูฟังดูสิ
ติ๋ง ติ๋ง น้ำหยด
ซู่ ซู่ ฝนตก
จ๊อก จ๊อก น้ำไหล
แล้วเสียงแห่งความสงบอยู่ไหน..
กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
มีความรู้สึก...ที่ในปัจจุบันแทบไม่มีหลงเหลือ
หยุดเถอะ...พอเถอะ
จะแก่งแย่งชิงดีกันไปถึงไหน
สุดท้ายก็ตายเหมือนกันหมด
ลืมไปรึเปล่า...
กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
มีมนุษย์บางคน...หลงผิด
ไม่ใช่เวรกรรม...แต่เป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง
ต้องเคารพการตัดสินใจ...
ปล่อยวาง...ปล่อยวาง...
กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
มีความหนาวเย็น...ที่มนุษย์หวาดกลัว
..ไม่เหลือใคร..
เข้าใจเสียใหม่...มนุษย์ไม่ได้มีเพียงคนเดียว
กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
มีหลายสิ่ง ที่มนุษย์กำหนดขึ้นมา
ความดี ความเสียสละ ความสงบ
ความชั่ว ความเห็นแก่ตัว ความวุ่นวาย
ความรัก ความหลง ความเกลียด
...สิ่งใดเป็นความจริง...
กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
มีความอบอุ่น...ที่มนุษย์อาจหลงลืมไป
ในโลกที่วุ่นวาย
มีสิ่งที่ไม่สั่นคลอน
ความรักของเธอ...ความรักของแม่
ที่ทำให้ลูกอบอุ่นหัวใจเสมอมา
...แล้วหนูจะเป็นคนดี...
*credit http://www.exa-studio.com/layiji/?p=15 (ถ้าอยากฟังเพลงก็เข้าไปได้)
8月7日 *~Music tag~*แท็กจากท่านภาคิน (นอ หนู) ก็อปมาได้ความงี้
เป็นแท็กเพลงนะ ก็คือ
1.เปิดโปรแกรมที่เล่นเพลงแล้วเลือกเพลงทั้งหมดในคอม
2.กด shuffle เพื่อให้เลือกเล่น Random
3.พอมีเพลงอะไรขึ้นมาแล้วก็ให้เอาเพลงนั้นมาแต่งเป็นเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกันอะ
โอเค...โอเค..ก็คนมันว่าง ก็ได้...
start!
มีวัดเป็นที่พึ่งของคนในเมือง ชื่อ
วัดนี้เป็นที่พึ่งทางใจของทุกๆคน ไม่ว่าพระราชา เจ้าหญิง เจ้านาย ประชาชน รวมไปถึงชนชั้นทาส
เมื่อมาที่นี่แล้ว จะไม่ถูกกีดกันแบ่งชนชั้นใดๆเลย จากนั้นพระองค์ก็ทรงพระครรภ์ คลอดออกมาเป็นเจ้าหญิงฝาแฝดสามพระองค์
ท่ามกลางท้องฟ้าอันปั่นป่วน ตั้งแต่แดดร้อนจัดกว่าปกติ แต่ทันใดนั้นก็มีพายุกระหน่ำ อละก็สงบกลายเป็นหิมะ
แต่ละพระองค์มีพรวิเศษประจำตัว ดุจว่พระองค์เกิดมาเพื่อแต่ละฤดูกาลฉะนั้น
เจ้าหญิงองค์โตเกิดท่ามกลางแดดร้อนระอุ พระองค์มีความสดใสดั่งดอกไม้ที่ผลิบาน ร่าเริงดุจนกน้อยที่บินไปในฟ้าอันสดใส
แต่พระองค์มีพระราชหฤทัยอันร้อน จึงไม่ใคร่พบความสุขเท่าใดนัก
พรของพระองค์คือ พระองค์ทำให้ดอกไม้ใดๆผลิบานได้ตามต้องการ
เจ้าหญิงองค์กลางเกิดสายฝนและพายุโหมกระหน่ำ พระองค์มีน้ำใจโอบอ้อมอารีเหลือแสน
ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากในเมืองอยู่เป็นนิจ พระองค์มักไปคลุกคลีกับชนชั้นไพร่ทาส เพื่อถามสารทุกข์สุขดิบอย่างไม่ถือพระองค์
แต่พระองค์ก็มักซุ่มซ่าม เลอะเทอะเปรอะเปื้อนอยู่เสมอ จึงไม่ใคร่เป็นที่ถูกใจของสังคมชั้นสูง
พรของพระองค์คือ สามารถฟื้นชีวาให้ต้นไม้ที่ใกล้แห้งตายได้ เพียงสัมผัสที่ปลายนิ้วพระองค์
เจ้าหญิงองค์เล็กเกิดกลางหิมะขาวอันนุ่มละมุน
พระองค์มีผิวขาวละเอียดดุจหิมะ เส้นเกษาสีอ่อน นุ่มนวลดุจก้อนสำลี อารมณ์เยือกเย็น สุขุมรอบคอบอยู่เสมอ
แต่เย็นชาเกินกว่าจะหัวเราะอย่างร่าเริง
พรของพระองค์คือ พระองค์สามารถแยกแยะอัญมณีได้อย่างถูกต้อง ว่าสิ่งใดเป็นของแท้หรือเทียม
หาดทรายที่มีทรายละเอียดดุจป่นเป็นผงแป้ง และน้ำทะเลสีฟ้าคราม ทำให้เจ้าหญิงแห่งคิมหันต์ (เจ้าหญิงองค์โต) ร่าเริงเป็นพิเศษ
พระองค์เก็บเปลือกหอยอย่างสนุกสนาน
เจ้าหญิงแห่งวสันต์ (องค์กลาง) ว่ายน้ำทะเลอยู่เงียบๆ ราวกับจะเป็นหนึ่งเดียวกับมัน
เจ้าหญิงแห่งเหมันต์ราวกับแพ้แดดหรือความร้อน พระองค์นั่งบนพระที่ใต้ต้นปาล์มใหญ่ รับลมที่โชยไอทะเล
สลักว่า Hakuna Matata อยู่ด้านหลัง
นัยน์ตาของสิงโตทำด้วยทับทิม ที่ฉายมาดุจกำลังจ้องมองเขม็ง
ด้วยพร พระองค์ตระหนักว่า มันเป็นทับทิมที่น้ำงามที่สุด
(Amarantine=love forever)
กุหลาบอันแสนอัศจรรย์ ที่สีเหลือบกันไปมาดุจแก้วคริสตัล และมีกลิ่นหอมอันพิศดาร
เพียงไม่กุหลาบนั้น ไม่ยอมบานเสียที เป็นที่น่าหนักใจมาก เพราะพระองค์มีความประสงค์จะเห็นดอกของมันยามผลิบาน
แน่นอน...พรวิเศษของเจ้าหญิงองค์โต ทำให้ดอกไม้นั้นแย้มกลีบออกอย่างสวยงาม
เจ้าหญิงไม่รู้จะพูดอะไร ซึ่งหลังเอ่ยไป พระองค์ก็ตระหนักว่า มันเป็นคำถามที่โง่ที่สุดที่คนๆหนึ่งจะคิดได้เลย!!
ก็พบว่าเป็นนักแสดงหนุ่มเสียงดีที่ร้องเพลงโหมโรงเมื่อครู่นั่นเอง
ทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นรักแรกพบ
หลังวัดมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่แห้งกรอบใกล้จะตาย พระองค์ฟื้นชีวิตให้มัน ท่ามกลางความชื่นชมของนักแสดงหนุ่ม
เพราะพระองค์เคยสัญญาอะไรไว้กับใครคนหนึ่ง...แต่...
สัญญาไม่เป็นสัญญา
พระองค์จึงเย็นชาต่อทุกคน ไม่เปิดใจให้ใครอีก
ทั้งสองได้คบเป็นเพื่อนในระยะเวลาสั้นๆ
วันสุดท้ายที่จากไป เทวดาน้อยได้สัญญาว่า เขาจะกลับมา
แต่ไม่เคยมีวันนั้น...
นอกจากนกนางนวลและไอร้อน ที่มักจะทำให้พระองค์เกือบเป็นลมแดดเสมอ
"เธออยู่ในหัวใจฉันเสมอ แต่เธออยู่ไหนกันเล่า?? "
เพราะกระต่ายตัวนั้นขยิบตาให้เจ้าหญิง แล้วดูราวกับจะเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
คนที่อยู่ในหัวใจของเธอ...กำลังจะกลับมา
.
.
.
พอแล้วหละ
ขอให้เธอนอนหลับฝันดี
โอ๊ยยยยย นัวๆๆๆ นัวสุดๆ 555+
แต่เพลงมันออกมาแนวกล่อมนอนเกือบหมดเลยแฮะ (เว้นฟาเรนไฮต์ กะอื่นๆนิดหน่อย)
อุ๊บส์ อีกไม่กี่เพลงถัดไป "ชิงหมาเกิด"
รู้ยังทำไมถึงจบ 555+
ลป. ไม่แท็กต่อนะ รู้สึกช่วงนี้ไม่ค่อยจะมีใครว่างเล่น 55+ สอบกันเอาเป็นเอาตาย
อ๊ะเปลี่ยนใจ แท็กพี่อิ๊กไปซักคนดีกว่า ท่าทางจะมีเพลงเยอะดี มีเพลงมาแบ่งปันกันบ่อยๆ
8月4日 มุม..(ไม่ใช่แมง)เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ว่าจะเขียนๆ แล้วไม่ได้เขียนซะที จนพี่ก้อนเขียนเรื่องแนวๆนี้ ก็เออ ว่าจะขุดๆมามั่ง แล้วก็ขี้เกียจเอยอะไรเอย ไม่ได้มาลงซะที ช่วงนี้ก็ห่างๆบล็อกไปด้วย เพราะปวดๆหัว เอาเถอะ จะเขียนละนะ
แต่ละคนมองเรายังไงนะ...
เคยคิดเหมือนกันนะ ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะบอกว่า ใครมองเรายังไงก็ไม่เห็นสำคัญ แค่เป็นตัวของตัวเองแล้วไม่เดือดร้อนใครก็พอ
ก็โอเค มันก็จริงนะ แต่ว่า บางอารมณ์ เวลาเราเห็นคนอื่นเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ตัวเราจะเป็นยังไงบ้าง เหมือนที่เค้าว่าดูละครให้ย้อนดูตัว เราด่าว่าคนอื่นที่ไม่ดี เราชื่นชมคนอื่นที่ทำดี เราทำเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า เราทำไม่ดีแล้วยกเว้นตัวเองรึเปล่า เรามองคนด้วยอคติหรือคติ(หมายถึงความคิดด้านดี)เกินไปมั้ย ถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่ๆคนๆนั้น หรือแม้แต่เราเอง ไปทำอะไรอย่างนั้น จะมองเหมือนที่เรามองคนๆนั้นทำอยู่รึเปล่า
(อ้างอิงจากที่ไปเม้นไว้ในบล็อกพี่ก้อน)
[ ทุกสิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่ทุกสิ่งที่คนๆนั้นเป็น
แต่เป็นสิ่งที่คนๆนั้นเลือกให้เราเห็น ]
หรือเราพยายามจะทำให้ใครเห็นว่าเราเป็นยังไงบ้างล่ะ?
ถ้าเป็นคนไกลๆ ที่เราไม่สนิท เค้าจะเห็นเราเพียงด้านเดียว เรียบๆ (plain)
ยังไงดีล่ะ
(บางคนเวลาพูด ทำไมต้องพูดเรียบร้อยกับเราขนาดนั้นด้วยนะ ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้นก็ได้นะ เราไม่ได้คิดไรมาก - -)
หรือเค้าจะมองเราหยิ่ง?? คุณหนู?? << สองคำนี้เป็นคำที่ได้รับฟังมา แต่ไม่ใช่มุมที่เราเลือกให้เห็น ไม่ได้ตั้งใจให้เห็นอย่างนั้น แต่มันเกิดขึ้นเอง
เขยิบมาคนใกล้ชิดมาอีกนิดนึง เพื่อนๆ ที่เห็นกันบ่อยๆ
ตอนคบกันใหม่ๆ แปลกใจป่าวที่คนอย่างเราเล่นมุกแป้กๆ บางทีก็โคดเอ๋อ - -" ซุ่มซ่ามด้วย ไม่ได้เรียบร้อยแบบที่คิด ออกจะใจร้อน ทำอะไรลวกๆด้วยซ้ำ แล้วก็ไม่ขยันเท่าที่คิด
ก็แหม เหมือนเวลาเราเหลือเยอะมากมาย แต่เราขี้เกียจนะ นอนวันละมากกว่าชาวบ้าน แบบว่า มีเวลาเท่าไหร่ก็เลือกจะนอน มากกว่าออกไปเที่ยว เพราะคิดว่ามันเปลืองเงินแล้วเหนื่อยเปล่าๆ เรียนเรินก็ไม่ค่อยได้เรียนกับใครเขา แบบคนอื่นที่ตารางเต็มเอี๊ยด ชีวิตเอาชิวๆก็พอแล้ว เราก็กะเข้าโควตาเนี่ย เลยสบายหน่อย
เป็นมุมที่บางคนน่าจะได้เห็นนะ 555 เราไม่เคยตื่นเช้ากับเค้าหรอก ไม่รู้จะตื่นมาทำไม แล้วก็ อย่าถามว่าอ่านหนังสือเรียนวันละกี่ชั่วโมง
ทีนี้มาพูดถึงคนที่รู้จัดตัวตนของเราจากในบล็อกนี้ซะเป็นส่วนใหญ่บ้าง
คิดว่าคนที่เขียนบล็อกนี้เป็นยังไงบ้าง? ช่างฝัน เพ้อ จินตนาการ มีความคิดแปลกๆบ้างรึเปล่า?
มันควรจะเป็นเช่นนั้นนะ
ตัวตนในบล็อกนี้ ไม่ใช่ทุกเวลาที่จินนี่เป็น พูดอย่างนี้จะผิดหวังรึเปล่า? มันเป็นแค่ส่วนๆหนึ่ง ที่ไม่มีโอกาสแสดงออกในเวลาปกติมากกว่า ถ้าคุณมารู้จักตัวจริงของเรา อาจจะไม่ได้คิดมากมายกว้างไกลอย่างนี้ก็ได้ เพราะมันมีอย่างอื่นหลายๆอย่างจำกัดอยู่
บล็อกส่วนใหญ่ในนี้ เป็นดินแดนเล็กๆแห่งความฝัน เพราะเวลาคิดอะไรได้ มันมักจะเกิดขึ้นตอนที่ห้องมืดสนิทเมื่อปิดไฟนอน แล้วก็ต้องตื่นมาจดๆไว้ ไม่เช่นนั้นเช้ามาแล้วจะลืม วันไหนขี้เกียจก็ช่างมัน 555 มีหลายเรื่องที่วนเวียนมา แล้วจากไป เพราะลืมไปแล้ว 55
หรืออย่างพวกผู้ใหญ่ ก็เลือกให้เห็นมุมเรียบร้อย << จะว่าแอ๊บเด็กดีก็ได้
จะเลือกมุมไหนให้ใครดู มันอยู่ที่ อะไรหลายๆอย่าง
เช่น...
บรรทัดฐานทางสังคม ความคิดของคนส่วนมาก ยอมรับเราได้หรือไม่หากเราสดงในสิ่งหนึ่งสิ่งใดออกไป
ในบล็อกนี้เป็นที่สาธารณะ เราก็จะไม่เขียนเรื่องชีวิตส่วนตัวมากเกินไป อย่างเรื่องครอบครัว หรือหลายๆอย่าง มันมักจะเป็นเรื่องของเรา หรือเรื่องที่ใครๆรู้ได้
มารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่
สถานที่ อย่างโรงเรียน หรือห้างฯ ก็แสดงออกต่างกัน
เป็นต้น
จริงๆแล้วทุกสิ่งก็เป็นมุมของคนๆเดียวกัน แต่มันมีหลายอย่างมาเป็นตัวแปรให้แต่ละคนมองคนๆหนึ่งต่างกันออกไปนั่นเอง
คนอื่นๆก็แปลกใจนะ ที่เรามาเขียนบล็อกอย่างนี้ได้
ส่วนคนจากในบล็อก ถ้าอยากรู้จัก อย่าเอาแต่แอบอ่าน ต้องลองมาคุยกัน!
(มีคนแอบอ่านเยอะมาก บล็อกนี้ แต่ไม่ค่อยจะเม้นกัน ทำไมฟระ ชั้นดุขนาดนั้นเชียว?)
แล้วคุณๆมองเห็นเรายังไงบ้าง?
คนที่รู้จักเราหลายมุม ก็ทั้งในบล็อกแล้วก็ตัวจริงด้วยก็ยิ่งดีนะ
*เค้าว่ากันว่า จะคบใคร ไม่เอาอะไรมาก แค่เลือกคนที่รับความเลวเราได้ก็พอ
วันนี้ไปสปามาหละ นวดคลายเครียด ที่ปวดหัวปวดคอ ไมเกรนอะไรทำนองนั้น ตอนนวดก็ชิวๆดีหรอก แต่ไม่ชอบซาวน่า แสบตา การบูรเข้าตา - -" แล้วก็ไม่ชอบที่ต้องถอดเสื้อนวด ถึงมีเสื้อคลุมก็เหอะ หวิวแปลกๆ 555
เว้นไปนาน ชดเชยให้ด้วยตกแต่งให้สวยๆนะ แสดงให้เห็นว่า จริงๆก็ทำได้ แต่ไม่ทำ 55
(เป็นบล็อกลิซึ่มป่าวนะ หยุดอัพไม่ได้ มันคิดถึง)
ปล. กลับมาแล้ว!
|
|
|