Jinnipar 的个人资料जिंनिपर चोचम्नं照片日志列表更多 工具 帮助
7月29日

งดอัพบล็อกไว้ก่อน

งดอัพบล็อกชั่วคราว เพราะปวดหัวจัดๆ ไปหาหมอแล้วบอกว่าอาจเป็นไมเกรน (ได้ยาไมเกรนแลแก้ปวดหัวมาสามชนิด) ไว้หายแล้วคงมานั่งอัพต่อตามเดิม 
 
 
7月24日

หนึ่งความเชื่อในวัยเด็ก

"ปากกาปิดฝาแล้วจะแห้งช้าลง"
 
มันจริงไหมหนอ
 
เด็กคนหนึ่งคิดว่า ปากกาที่ปิดฝา แห้งช้ากว่าแบบที่ติดสปริง
 
เติบโตขึ้นมา เด็กคนนั้นถึงได้รู้ว่า
 
"ไม่ว่าปากกาแบบไหน ก็แห้งเท่าๆกัน
จำนวนการเขียนและอายุของปากกาต่างหากที่เป็นปัจจัย
ส่วนการปิดฝา ไม่ได้ทำเพื่อตัวปากกาเอง
แต่ทำเพื่อสิ่งของรอบข้าง จะได้ไม่เปื้อนหมึกปากกา "
 
 
 

อัพสั้นๆ ง่ายๆ แรงบันดาลใจในการอัพหายไปพร้อมการสอบ -  -"
 
*ยินดีกับพี่ๆบัณฑิต
 
*ความสุขมีอยู่รอบกาย แค่คุณจะมองเห็นมันหรือไม่...^^
 
 
 
7月19日

ประกาศหา!! ผลิตภัณฑ์กำจัดขน

ประกาศหา!! ผลิตภัณฑ์กำจัดขน
 
คุณสมบัติ
 
กำจัดขนชนิด"ขี้เกียจตัวเป็นขน" (ขนชนิดนี้ทำความลำบากให้อย่างมาก ทั้งทำให้เกิดอาการป่วย ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจาก กินกับนอน อาจมีอาการหลงใหลทีวีและคอมพิวเตอร์ร่วมด้วย ขณะนี้อาการหนักลงเรื่อยๆ)
 
กำจัดขนชนิดดังกล่าวได้ผลอย่างชะงัด และป้องกันไม่ให้ขนชนิดดังกล่าวงอกใหหม่
 
เห็นผลชัดเจนทันที
 
ไม่เกี่ยงชนิดของผลิตภัณฑ์ ทั้งยากิน ยาทา ครีม ให้กิน ดื่ม อาบ หรือพอกก็ได้ตามสะดวก
 
ไม่เกี่ยงราคา(มั้งนะ)
 
หากผู้ใดมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติดังกล่าว กรุณาติดต่อด่วน!!
 
 
  
 
คุณ จิณห์นิภา เชาวน์ชำนาญ
 
ผู้ลงโฆษณา (ลง ณ วันที่ 19/07/50)
7月14日

ข้อสอบ

234.jpg
234.jpg (rename)

 

ไปเจอมา เลยเอามาลงเล่นๆ -*- ใครคิดออกมั่ง รู้สึกจะเป็นข้อสอบวัดแววครู

เฉลย 66 ตอบ 2

       67 ตอบ 3และ4

มีเรื่องอัพแต่ขี้เกียจพิมพ์ 555+

ไปอ่านหนังสือต่อดีกว่าเรา จะสอบแท้ๆมานั่งอัพบล็อก

7月9日

ละครชีวิต II

ณ สี่แยกที่มีการจราจรติดขัดมากแห่งหนึ่งใจกลางกรุง...
 
เสียงแตรรถดังลั่นขึ้นมาในอากาศ แทนคำเตือน และคำด่าในเวลาเดียวกัน ร่างของเด็กคนหนึ่งเกือบถูกรถเฉี่ยว!!
 
เพราะเขามัวแต่รับเงินค่าพวงมาลัยจากคุณลุงใจดีคนหนึ่งที่ขับรถกระบะเก่าๆ จึงไม่ทันเห็นว่าสัญญาณไฟเปลี่ยนสีไปแล้ว
 
รถหรูสีเงินคันนั้นจากไป...
 
ถึงแม้คำสบถของเจ้าของรถ ล่องลอยในอากาศอันเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ทะลุออกมานอกรถ เข้าโสตประสาทของเด็กน้อยก็ตาม แต่อวัจนภาษาอันดุดัน ทำร้ายจิตใจของเด็กน้อยมากกว่าความตกใจเสียขวัญเสียอีก
 
แดดร้อนเปรี้ยง ไอเสีย แล้วยังเกือบถูกรถเฉี่ยว
 
อะไรจะแย่กว่านี้อีกล่ะ...
 
"ทองก้อน" ถอนหายใจ นั่งรอไฟแดงครั้งต่อไป วันนี้พวงมาลัยขายแทบไม่ได้ แดดอันรุนแรงก็ทำให้ดอกไม้เหี่ยวลงทุกทีๆ วันนี้เขาต้องขายให้หมด...
 
เวลาผ่านไปจนเย็นย่ำ จนค่ำมืด... มันเป็นเวลาที่เด็กน้อยควรพักผ่อน อย่างน้อยก็ไม่ควรมาท่องกลางท้องถนน เพราะใครจะรับประกันได้ว่า คนขับรถทุกคนจะเห็นเด็กตัวเล็กๆมอมแมมที่ชูพวงมาลัยในมือเร่ขายไปทั่ว
 
ทองก้อนไม่มีพ่อแม่ โตมาก็มีแต่ยายคนเดียว เมื่อถามถึงพ่อแม่ ยายจะเปลี่ยนเรื่องเสมอ บอกแค่ว่า "โตขึ้นอย่าเป็นแบบพ่อแม่เอ็ง" เขาไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร...ทองก้อนรู้แค่ เขาต้องสู้อยู่ที่นี่ต่อไป เพื่อชีวิตอีกสามชีวิตข้างหลัง ยาย และน้องวัยไร้เดียงสาอีกสองคน
 
เพื่อเงิน... ที่เป็นมากกว่ากระดาษสี แต่หมายถึงอาหารมื้อต่อไป จนถึงชีวิตที่ยืดยาวต่อไปอีกหน่อย ถ้ามากพอ อาจจะไปโปะหนี้สินมากมายที่มี
 
อีกครั้งที่ทองก้อนนั่งรอสัญญาณไฟเปลี่ยนสี เขาเหม่อมองไปทางที่รถสีเงินคันนั้นจากไป...มันเป็นภัตตาคารหรู ที่มีแต่รถสวยๆ แพงๆ เข้าไป เขาไม่เคยมีโอกาสเข้าไปหรอก... แค่เดินผ่านก็แทบจะโดนไล่ตะเพิดแล้ว มันมีอะไรอยู่ข้างในกันนะ..
 
เวลาผ่านไป ผ่านไป เขาท้อแล้ว วันนี้พวงมาลัยก็ขายไม่หมดตามเคย เขากลับบ้าน...พร้อมพวงมาลัยดอกไม้เกือบสิบพวง
 
"หนูจ๊ะ" เสียงหนึ่งดังขึ้น
 
ทองก้อนหันหลังไปตามเสียง ปรากฏร่างผู้หญิงคนหนึ่ง
 
เธอเหมาพวงมาลัยที่เหลือทั้งหมดของเขาไป ทองก้อนดีใจมาก เขารีบวิ่งตื๋อกลับบ้าน ได้ยินเสียงแว่วตามมาจากเธอ แต่เธอไม่ได้พูดกับเขาหรอก
 
"เจ้าพระคู้ณ ขอให้งวดนี้ลูกช้างถูกหวยเถอะ"
 
เธอพูดกับต้นไม้ข้างทาง ที่พันผ้าหลากสี
 
-------------------------------------
 
เวลายังผ่านไปในรูปแบบเดิมๆอีกหลายวัน จนวันหนึ่ง...
 
"ไอ้ทองก้อน!!!" เสียงจากบุพการีคนเดียวในชีวิตของเขา ดังเรียกเขาทันทีที่เขากลับมาถึงบ้าน
 
เขาขานรับยาย แล้วหันไป เห็นยายกำลังตื่นเต้นดีใจ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
 
"มีอะไรจ๊ะยาย"
 
"กูถูกหวยโว้ย!!! รวยแล้วโว้ย!!"
 
ใช่แล้ว...วันนี้เป็นวันหวยออก ทุกครั้งเขามักรู้สึกไม่ดีที่ยายเอาเงินที่เขาหามาอย่างยากลำบาก ไปผลาญเล่นกับหวย แต่คราวนี้เขาดีใจเหลือเกิน
 
ยายของเขาถูกหวย ได้เงินห้าหมื่นบาท... อาจน้อยสำหรับบางคน แต่มากมายเหลือเกินสำหรับพวกเขา ที่ยังชีพสามมื้อวันละไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท
 
ยายดีใจมาก ใจดีกับทองก้อนเป็นพิเศษ วันนี้เขาจึงไม่ต้องออกไปขายพวงมาลัย แล้วเพื่อเป็นรางวัล ยายจะพาเขาไปฉลอง โดยให้เขาเลือกร้านเอง
 
แวบแรกโดยไม่ต้องคิด...เขานึกถึงภัตตาคารหรูหรา ที่รถสีเงินคันนั้นวิ่งหายเข้าไป
 
แล้วเขาก็ตัดสินใจได้....
 
------------------------------
 
 ในภัตตาคารหรูแห่งนั้น
 
"แล้วคุณจะเอายังไง!" เสียงดังอย่างไม่พอใจมากจากผู้จัดการร้าน
 
"ผมบอกแล้ว ว่าบัตรเครดิตผมไม่มีทางเกินวงเงิน ผมเพิ่งเอาค่าตัวใส่เมื่อวาน" ดาราหนุ่มเถียงด้วยเสียงดังไม่แพ้กัน
 
"แต่นี่มันเห็นอยู่ชัดๆนะครับ ว่ามันเกินวงเงินแล้ว รบกวนจ่ายเป็นเงินสด หรือบัตรใบอื่นครับ"
 
"อะไรกัน"
 
...พรุ่งนี้คงมีข่าว [ดาราหนุ่มโดนขโมยข้อมูลบัตรเครดิต ติดลบเกินวงเงิน!!]...
 
 
ในเวลาเดียวกัน ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆข้างภัตตาคาร
 
ครอบครัวเล็กๆประกอบด้วยยายและหลานสามคน กำลังผลัดกันป้อนก๋วยเตี๋ยวกันอย่างมีความสุข
 
หมดหนี้....หมดสิน และเหลือพอตั้งตัว
 
อย่างพอเพียง...
 
ความสุข...อยู่ที่ใดกัน  
เงิน หรืออิสระจากเงิน
 
 

 
ทำไมเด็กทองก้อนมันมีชื่อ แต่ดาราไม่มีชื่อหว่า -*-
7月7日

กลอนหนึ่ง ณ ราตรี

                                                           
                                                             แขไขใยแจ่มจ้า       อัมพร             
                                                         คำฉงนวิฬาร์จร           จดจ้อง             
                                                         บางคืนค่ำแหว่งกร่อน   คืนนี้ กลับเต็ม     
                                                         ฤๅดุจใจมนุษย์ต้อง      อาจร้าย อาจดี  
  
                                                                   
              จันทร์เอ๋ยจันทร์จ๋า            
     แมวอย่างข้าขอถามท่านได้ไหม    
          ว่าสาเหตุเพศผิดฤๅกลใด        
      จันทร์เจ้าไซร้ถึงได้ไม่แน่นอน      
   บางคืนแหว่งบางคืนมืดบางคืนเพ็ญ  
          บางคืนเด่นเวหะประภัสสร       
       เฉกมนุษย์ดีร้ายยามต่างตอน      
     ไม่อาจหย่อนถึงก้นบึ้งหัวใจเอย     
                                                                     
 

  
 ขี้เกียจจจจ ตอนนี้ขี้เกียจสุดๆ มีพล็อตแต่ขี้เกียจอัพ
 
รอไปก่อนนะ!
7月5日

ละครชีวิต I

ชายชราคนหนึ่งเดินเอื่อยๆไปตามถนนที่ดูไม่เหมือนถนน ดูเป็นทางเดินแคบๆเสียมากกว่า แต่ที่จำต้องเรียกว่าถนน เพราะป้ายไม้เก่าๆริมทางที่บอกให้รู้ว่า มันคือ "ถนนราษฎร์พัฒนา" แต่ช่างขัดกับความเป็นจริงเหลือเกิน...คำว่าพัฒนาห่างไกลจากที่แห่งนี้ราวฟ้ากับดิน
 
ใบหน้าของชายชราผู้นั้นเปื้อนไปด้วยฝุ่นที่เกาะหนึบกับเหงื่อไคล ผิวกายสีเข้มแสดงถึงการตรากตรำกรำงานมาทั้งชีวิต ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อขาดๆและกางเกงสีมอซอ สองบ่าแบกตระกร้าฟืนอันหนัก สองเท้าอันเปลือยเปล่า เหยียบย่างบนถนนดินอันตะปุ่มตะป่ำ คละคลุ้งด้วยฝุ่น ฉากหลังของภาพคล้ายเป็นทุ่งนา แต่แทนที่จะมีต้นข้าว กลับมีเพียงก้อนดินที่แตกระแหง ชายชราค่อยๆเดินไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แม้ตะวันจะฉายตรงหัวอยู่ก็ตาม มิเช่นนั้นเขาก็คงจะชาชินเสียแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะร้องด่าดวงตะวัน เท้าที่เหยียบยำผืนดินยังคงขยับอย่างเชื่องช้า แต่สม่ำเสมอ ไม่รีบเร่ง เพราะไม่มีเรี่ยวแรงจะทำเช่นนั้น สิ่งเดียวที่บังคับไม่ให้หยุดเดินคือท้องอันหิวโหยที่ร่ำร้องขออาหารอยู่เนืองๆ
 
ปีนี้ฝนแล้งหนัก ไม่มีน้ำแม้สักหยดมาหล่อเลี้ยงผืนนา ทำให้ชายวัยที่ควรพักผ่อน ต้องมาตัดไม้ผ่าฟืน ทั้งที่เป็นงานหนักเงินต่ำ แต่จำต้องทำไม่ให้อดตาย ลูกหลานที่ควรมีรอบกายก็อพยพเข้าเมืองไปหมด ทิ้งพ่อผู้ชราภาพไว้กับผืนนาตามลำพัง....ผืนนาที่แห้งแล้งพอกับดวงหน้าและแววตาของชายชราในยามนี้
 
หลังจากแบกสังขารมาถึงในเมือง กองฟืนที่แบกมากตลอดทางแปรเปลี่ยนเป็นกระดาษเบาหวิวสีเขียวๆเพียงหนึ่งใบ มันมีค่าน้อยนิดสำหรับหลายๆคน แต่สำหรับชายชรา มันคือข้าวสาร จำนวนที่พอจะยืดเวลาให้เขาอยู่ในโลกนี้ได้นานขึ้นอีกนิด ชายชราห่อข้าวสารจำนวนนั้นอย่างดีไม่ให้ร่วงหล่นแม้สักเมล็ด ก่อนกลับไปยังที่พักพิง
 
ตะวันที่เคยตรงหัว เคลื่อนคล้อยไปทางตะวันตกเล็กน้อย แต่ยังคงแผ่รังสีร้อนแรงไม่ลดกำลัง ในขณะที่ชายชราอ่อนแรงลงเรื่อยๆเพราะไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องมานับแต่ลืมตาตื่น จะเว้นก็เพียงน้ำลายอันฝืดเฝื่อนที่กล้ำกลืนลงคอ แล้วกัดฟันเดินต่อไป จุดหมายปลายทางคือกระท่อมปลายนาอันคร่ำคร่า สำหรับชายชราแล้ว...ปลายทางช่างแสนไกล
 
...เท้าอันอ่อนแรงได้หมดแรงวูบลง ชายชราล้มลงตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางดี...
 
 

 
เสียงสั่งคัตดังขึ้น ชายผู้นั้นลุกขึ้นมาอย่างกระฉับกระเฉงผิดกับเมื่อครู่ ยิ้มรับคำชมจากผู้กำกับพลางรับแก้วน้ำแร่เย็นเฉียบมาดื่ม วันนี้หมดน้าที่ของเขาแล้ว เขาตรงไปยังห้องน้ำเคลื่อนที่ของกองถ่าย เพื่อล้างฝุ่นไคลจำลองออกจากใบหน้าอันผ่องใส และทำความสะอาดเครื่องสำอางที่เนรมิตให้ใบหน้าของเขาชรากว่าชีวิตจริงได้นับครึ่งศตวรรษ จากนั้นเขาบรรจงขัดล้างที่เข้มที่พ่นทาทับผิวกาย เผยให้เห็นผิวขาวสะอาดข้างใต้ แล้วสวมใส่สูทราคาแพงแทนเสื้อผ้ามอซอที่ผลัดออกไป ร่างที่เดินออกมาจากห้องน้ำราวกับเป็นคนละคนกับร่างชราที่เดินเข้าไปเมื่อครู่ก่อน
 
ชายหนุ่มลาผู้กำกับ แล้วโอบร่างดาราสาวเพื่อนใจคนสนิท นั่งรถสีเงินคันหรู ติดเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ จุดหมายคือร้านอาหารฝรั่งเศสหรูใจกลางกรุง ที่แม้แต่น้ำส้มก็ยังราคามากกว่ากองฟืนของชายชราในละครนับสิบเท่า
 
เขาจะคิดบ้างไหมหนอ ว่าละครที่เขาแสดง ไม่ใช่เพียงเรื่องแต่ง แต่เป็นละครชีวิตจริงของใครหลายคน
 
 

เวอร์ชันโมดิฟายสาม 555 เป็นงานภาษาไทย ที่หลายๆคนคงได้อ่านไปแล้วล่ะ แต่เอามาลงไว้ให้คนที่ยังไม่ได้อ่าน
 
(สำหรับคนที่ไม่รู้ งานภาษาไทยชิ้นนี้คือแต่งเรื่องต่อให้จบ โดยให้ประโยคขึ้นต้นมาว่า "ชายชราคนหนึ่งเดินเอื่อยๆไปตามถนน")