Jinnipar 的个人资料जिंनिपर चोचम्नं照片日志列表更多 工具 帮助
6月29日

กฎแห่งความสมดุล

โลกนี้มีความสมดุลเสมอ เป็นกฎง่ายๆ ถ้าเราเข้าใจมัน เราก็ใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไม่ลำบากเกินไปนัก
 
เคยบ้างไหมกับการรู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างสุขเสียเหลือเกิน หลังจากเกิดเหตุการดีๆบางอย่างเกิดขึ้น แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไปซักพัก ก็เหมือนว่าความดีใจในตอนแรกหายไป จืดจางลง จนกลายเป็นความเฉยและปกติ
 
ในขณะเดียวกัน เมื่อเกิดปัญหา เราก็ทุกข์เสียเหลือเกิน แทบจะจมอยู่ใต้บาดาลไม่อาจโผล่มาเจอแสงตะวันได้อีกแล้ว เวลาผ่านไปนานพอดู เราจึงรู้สึกทุรนทุรายน้อยลง
 
ทำไมล่ะ?
 
เข้าสู่กฎ
 
ชีวิตของเราจะมีระดับความสมดุลในจิตใจอยู่ระดับหนึ่ง เมื่อถูกกระตุ้นด้วยเหตุการณ์แห่งความสุข ก็จะเหมือน electron ถูกกระตุ้นไปยัง exited state
 
เมื่อหัวใจลิงโลดสู่ระดับที่สูงขึ้น ใจที่มีระดับความสุขสูง ก็ปรารถนาที่จะอยู่ในระดับนั้นตลอดไป ไม่ยอมกลับมาสู่ ground state เหมือน electron
 
เมื่อใจยึดติด ไม่ยอมกลับลงมา แต่กลับโหยหาพลังงานมายัดให้ใจสูงขึ้นไปๆๆจนเป็นลิมิตเข้าใกล้อนันต์ ซึ่งยิ่งใช้พลังงานมาก ก็ยิ่งเหนื่อย
 
กฎทำงาน
 
ธรรมชาติพยายามที่จะให้ใจเราเข้าสู่สมดุล แต่หัวใจที่ยึดติดในความสุข ต้องใช้พลังงานมากในการดึงลงมาให้สู่ระดับสมดุล ระดับความสมดุลจึงถูกดึดดูดให้สูงขึ้นไปเสียเอง
 
เมื่อระดับสมดุลขยับขึ้นไป รัยะห่างระหว่างระดับความสุขกับระดับสมดุลก็ลดลง ความสุขจากวัตถุจึงเป็นเรื่องประเดี๋ยวประด๋าว ไม่นานก็เลิก ต้องโหยหาใหม่ตลอดเวลาเพื่อดึงให้ระดับความสุขสูงขึ้นจนเป็นลิมิตใกล้อนันตืตามที่กล่าว
 
ปัญหาที่ตามมาก็คือ ระดับความสมดุลที่สูงขึ้น ทำให้ระดับความสมดุลของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนก็ระดับสูงมากๆ
 
เมื่อความสุขนั้นหายไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติตามกฎไตรลักษณ์(เกิดขึ้น มีอยู่ ดับไป) ก็เหมือนคนตกแอ้กจากระดับความสูงมาก ย่อมเจ็บกว่าคนที่ระดับสมดุลต่ำกว่า
 
ในทางตรงข้ามกับความสุข เมื่อเกิดความทุกข์ขึ้น จริงๆแล้วธรรมชาติก็พยายามดึงให้ความทุกข์นั้นน้อยลง ติดลบน้อยลง แต่ติดแรงผลักจากหัวใจ ที่พยายามผลักทุกข์ให้ไกลออกๆ ติดลบมากขึ้น ทุกข์มากขึ้น กลับสู่สมดุลไม่ได้สักที
 
ปล่อยใจไปตามกฎ
 
ทำใจให้ง่ายๆ อะไรก็ได้ ไม่เดือดร้อน ดึงระดับสมดุลให้ต่ำติดดิน อย่ายินดีมาก อย่ายึดติดในความสุข อย่าเศร้าเสียใจหลีกหนีจากทุกข์
 
...ชีวิตคนเราขึ้นลงเรื่อยไป แต่ธรรมชาติก็ยังพยายามปรับให้สมดุล...
 
 
 heart.jpg picture by jinnipar
 
 
บล็อกนี้มันจะปรัชญาหรือวิชาการ ช่วยเลือกเอาซักอย่างได้มั้ย -*-
 
ได้ไอเดียตอนเรียนเจนเค็มเรื่องอิเล็กตรอน กับแคลคูลัสเล็กน้อย
 
พออัพว่าไม่มีไอเดียอัพ ไอเดียก็พุ่งเข้ามา ดีแท้ - -"
 
 
 
จินนี่เปลี่ยนไปรึเปล่า?? สงสัยในตัวเอง
6月27日

เหนื่อย

เหนื่อยค่ะเหนื่อย
 
ไม่มีแรงบันดาลใจอัพบล็อก
 
มีเรื่องมากมายแต่ไม่อยากเล่า
 
ไม่มีเวลาส่วนตัวที่จะหยุดคิด
 
...จินตนาการที่รัก...
 
อย่าเพิ่งหายไปเลยนะ!!
6月7日

เผ็ด!!

ทรมาน! ไม่ไหวแล้ว

 

ความทุกข์ก็เหมือนความเผ็ด ตอนมันยังอยู่ ก็แสนทรมาน แทบจะไปกลิ้งเกลอกบนพื้น หรือตัดลิ้นทิ้งเพื่อให้หายทรมาน

 

แต่พอหายเผ็ด

 

...ก็เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น...

 

ชีวิตเป็นเช่นนั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ตอนนี้ขอนมแก้วโตๆด่วน เผ็ดมาก !!

6月5日

เมื่อดิฉันเป็นผู้ระบาย แล้วแม่เป็นกระดาษ

"หนูมันก็เหมือนก้อนข้าวนะแม่ ถ้าจู่ๆมาบีบหนูแรง หนูก็กระเด็นออกไปตามรอยโหว่มือที่เหลือ แถมเละเทอะอีกตังหาก แต่ถ้าค่อยๆปั้น หนูก็จะเป็นข้าวปั้นได้นะ"
 
"มันก็เหมือนขับรถจากกรุงเทพไปเชียงใหม่นะแม่ ถ้าให้ขับไปเฉยๆก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าตั้งเป้าหมายว่าต้องถึงก่อนหกโมง มันก็ต้องเครียดใช่มั้ยล่ะ แล้วยังมาบังคับให้ขับไปรวดเดียวถึงเชียงใหม่ คนบางคนอาจจะทำได้ แต่หนูทำไม่ได้ หนูต้องแวะกินข้าวบ้าง เข้าห้องน้ำบ้าง หรือออกมายืดเส้นยืดสาย แต่แม่ก็เชื่อไม่ใช่หรอว่าหนูไม่หลงทาง ถึงหนูไม่ได้ถึงเชียงใหม่ก่อนเวลานัดเป็นชั่วโมงๆ หนูก็ถึงเชียงใหม่ทันเวลานัดได้นี่"
 
"ทำไมต้องตัดสินคนด้วยเกรดด้วยล่ะแม่ หนังสือหนูไม่เคยตัดสินด้วยปกเลยนะ"
 
"ไม่น่ามาเรียนฟู๊ดเลยหว่ะ น่าไปเรียนปรัชญา (อันนี้พูดเล่น 555)"
 
 
 

 
 
มันอึดอัดนะ เข้ามหาลัยโดนกดดันกว่าตอนเรียนมากมายอ่ะ เค้ากล้วเราระเริงกับมหาลัยมั้ง -*- ทั้งๆที่คิดว่าเค้าจะปล่อยเรามากขึ้นแท้ๆ - -"
แต่ก็แค่พ่อแหละ บ่นให้แม่ฟังตลอด - -
เป็นเด็กดีมาตลอดไง ไม่ค่อยโดนดุ พอโดนดุเลยเครียดๆเซ็งๆอ่ะ ทุกวันนี้ไม่คอยได้พูดกะพ่อละ ถ้าเค้าไม่ถามก็ไม่ตอบ ต่างคนต่างอยู่ -*- ไม่อยากให้เป็นแบบนี้หรอก แต่เลี่ยงปัญหาก็ดีกว่าตามแก้นี่
พ่อไม่เคยปล่อยเรา แม่บอกว่า แม่ก็ห่วง แต่แม่ก็เชื่อเรา...
 
ตอนนี้เป็นเรื่องเซ็งๆอย่างนี้ไปก่อนน่ะนะ ทนๆอ่านกันหน่อยละกันค่ะ (ตอนนี้ก็แอบมาอัพนะเนี่ย เพิ่งคุยกับแม่มา)
 
ปล. น้าแจงคะ ขอเบอร์จินนี่จากพี่ก้อนได้เลยนะคะ ^0^ จะรอรับซีดีค่ะ
 
6月4日

นี่มันอะไรกัน

นี่มันอะไรกันคะ?
 
ดิฉันเป็น "มนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ"นะคะ
 
ไม่ใช่"เหรียญตราเกียรติยศ"
 
ที่เอาไว้ติดหน้าอกให้คนอื่นเชิดชูชื่นชม
 
ชีวิตของดิฉัน คุณเป็นเจ้าของหรือคะ?
 
ถ้าดิฉันไม่ได้เกียรตินิยม คุณจะเสื่อมเสียชื่อเสียงขนาดไหนเชียวคะ?
 
ถ้าดิฉันไม่ได้เอครบห้าตัว คุณจะไม่มีปัญญาส่งดิฉันเรียนรึเปล่าคะ?
 
เอะอะๆอะไรก็เรียนๆๆ อ่านหนังสือๆๆ
 
"อย่าทำกิจกรรมมาก"
 
ค่ะ อะไรๆคุณก็ไม่ให้ดิฉันทำ
 
กะไม่ให้ดิฉันพบเพื่อนฝูงเลยหรือคะ?
 
มันทำให้การเรียนตกต่ำมากมายหรือคะ?
 
คุณไม่เชื่อใจดิฉันเลยหรือคะ ว่าดิฉันจะจัดการกับชีวิตตัวเองได้?
 
คุณเห็นดิฉันเป็นเด็กเสมอไปหรือคะ เคยมองดิฉันในฐานะ "ผู้ใหญ่ที่มีความคิด"บ้างไหม?
 
เมื่อไหร่คุณจะยอมให้ดิฉันใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ ไม่ใช่บังคับกันทุกกระเบียดเช่นนี้คะ?
 
ชีวิตไม่ใช่แค่เรียนกับเกรด คุณก็น่าจะรู้
 
แต่ที่คุณยังทำเช่นนี้ อยากให้ดิฉันมีชีวิตอยู่กับตำราเท่านั้นตลอดไปหรืออย่างไร?
 
แล้วสังคมของดิฉันล่ะ...คุณเอามันไว้ตรงไหน...?
 
 
ยิ่งคุณพูด ความอยากได้เกรดเอของดิฉันก็ยิ่งลดลง
 
ดิฉันก็อยากรู้เหมือนกันล่ะค่ะ ถ้าดิฉันสอบตกบ้าง  คุณจะฆ่าดิฉันมั้ย?
 
การเป็นลูกที่ดี ก็แค่มีเกรดให้พ่อแม่ไปโม้ให้คนอื่นฟังได้แค่นั้นหรือคะ?
 
ชีวิตของดิฉันมีค่าแค่นั้นเองหรือ??
 

อึกอัดไม่ไหวแล้ววววววว ตั้งแต่เข้ามหาลัย กดดันได้ทุกวัน เกียรตินิยมๆๆ -*-
 
เอาชีวิตชิวๆของช้านคืนมา T^T
 
ช่วงนี้คงไม่ค่อยได้อัพ...ไม่มีเวลาอยู่กับตัวเอง ไม่มีเวลาสงบ นิ่ง คิด สร้างสรรค์
 
เพราะต้องดำเนินชีวิตตามกรอบ...ที่ไม่ได้กำหนดเอง...
 
 
"ดิฉันอยากเป็นมนุษย์ที่ไม่ถูกคาดหวังค่ะ"