Jinnipar 的个人资料जिंनिपर चोचम्नं照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
6月26日 ข้อคิดจากแมลงวันวันนี้ ฉันเห็นแมลงวันตัวหนึ่ง บินวนเวียนอยู่ในรถ
หาทางออก...
...ไม่เจอ
ทิวทัศน์ข้างทาง สวยงาม แต่จำเจ ฉันเห็นทุกวันทุกวัน
...เบื่อ...
แมลงวันตัวนี้ดึงดูดให้ฉันมอง...มากกว่าทิวทัศน์ข้างทาง
ทั้งที่มันก็แค่แมลงวัน...
มันวนเวียนไปมา เร็วบ้าง...ช้าบ้าง...
หลายครั้งที่มันบินชนกระจก ราวกับว่า ถ้ามันใช้ความเร็วมากแล้ว ตัวมันจะหลุดพ้นออกไปได้
แต่ พ้นซะที่ไหนกันล่ะ...
ทุกนาทีที่แมลงวันน้อย บินไป...บินไป... ร่างกายก็อ่อนล้าลงทุกขณะ เนื่องด้วยขาดอาหารประทังชีวิต
สุดท้ายแล้ว...มันเกาะอย่างอ่อนแรง...รึเปล่านะ
ฉันไม่รู้ว่าแมลงวันอ่อนแรงเป็นเช่นไร แต่ถ้ามันเป็นคน มันก็คงอ่อนแรง
มันเกาะนิ่งบนกระจก โหยหาอิสรภาพที่ห่างเพียงกระจกบางๆกั้น
ฉันเปิดกระจกพยายามโบกไล่มันออกไปหาอิสรภาพ
แต่มันบินหนีฉัน ไม่ยอมออกไป...
...กระจกถูกเปิดทิ้งไว้...
สักวัน...หลังจากมันบินชนโน่นนี่ มันคงเห็นทางออก ที่มันปรารถนามาแสนนาน
บางทีทางออกก็อยู่ข้างหน้าเรา แต่เรากลับมองไม่เห็น...
ลมแรงภายนอก อาจำให้มันชะงักเล็กน้อย แต่ลมหายใจแห่งอิสรภาพย่อมน่ายินดี..ไม่ใช่หรือ
ขอบคุณแมลงวันตัวน้อยที่ทำให้ฉันพบว่า บางทีทางออกของปัญหาก็อยู่ข้างหน้าเรา แค่เราจะเห็นมันรึเปล่า...เท่านั้นเอง
***ปัญหาเวลาจะมาก็ท่วมมาเหลือเกิน บทจะไปก็หายไปพร้อมกันหมด ดีเนอะ!
***บางทีการมีปัญหาไม่จำเป็นต้องแสดงออก...
ว่าจะอัพหลายวันละ แต่ลืมดราฟไว้ที่รร. เพราะอันนี้เห็นแมลงวนตอนเช้า เลยจดๆไว้ที่โรงเรียน 555
6月23日 สักวาจตุจักรสักวาจตุจักรที่พักใจ
ที่เลือกใช้เลือกหาสิ่งสร้างสรรค์
ที่จำหน่ายจ่ายของสารพัน
ที่ทำงานของคนอีกมากมาย
เดินผ่านเข้าประตูจตุจักร
กับเพื่อนรักจิ๋วน้อยอย่างสดใส
เดินผ่านซุ้มประตูงามเข้าไป
ข้างบนไซร้เขียน"ขอให้พระคุ้มครอง"
คราครั้งแรกเราเดินอย่างงงๆ
จุดประสงค์ที่จะไปซื้อของ
นึกไม่ออกลองหยุดแวะตรึกตรอง
แล้วจึงลองดำเนินไปตามทาง
ข้าพเจ้าเดินทักษินาวัตร
แดดแรงจัดภายใต้แสงสว่าง
ผ่านร้านค้าและดนตรีเปิดหมวกวาง
ไม่เคยว่างทางล้นด้วยผู้คน
เริ่มช็อปปิ้งซื้อของที่มองหา
ละลานตาละลายตังค์ช่างน่าสน
ซื้อของกันมากมายกลายเป็นจน
แล้วก็ขนสิ่งของเดินกันไป
ท้องฟ้ามืดครืนครืนครั่นฝนดันตก
พื้นสกปรกน้ำท่วมลื่นไถล
อยากกลับบ้านแต่ดูยังห่างไกล
ฝนตกมาแต่สี่จนกว่าห้าโมง
รอฝนหยุดก็เลยเดินกันต่อ
ระหว่างรอคนบ่นฝนขโมงโฉง
แอบเหลือบดูเสื้อผ้ากับกระโปรง
ซื้อไม่ลงหาโอกาสใส่ไม่เจอ
เรากับจิ๋วใจตรงกันหลายอย่าง
มีเส้นทางที่คิดตรงกันเสมอ
นู่นอยากได้ก็เหมือนกันฉันและเธอ
ก็บอกเอออย่าให้ของเหลือชิ้นเดียว
มิเช่นนั้นจะตบกันเป็นแน่
หากว่าแต่พบของที่ต้องเหลียว
ซื้อมากๆเขาจะลดกว่าชิ้นเดียว
ก็ซื้อกันคนละครึ่งแล้วหารกัน
กลับถึงบ้านมอมแมมด้วยฝนหยาด
ใจแทบขาดเหนื่อยมากแต่สุขสันต์
สนุกกับการซื้อของสารพัน
แต่ที่ฉันไม่ชอบคือเสียเงินเอย
55+ ตอนแรกจะแต่งเป็นนิราศนะ แต่ไม่รู้จะพร่ำพรรณนาถึงคนรักยังไง เป็นผู้หญิงผู้ชายดี เริ่มมึน เลยเอาสักวาแทนละกัน
ไปคราวนี้จนไปเยอะ T^T แต่ไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี อยู่บ้านเบื่อๆไม่มีไรทำ ปั่นการบ้านหมดละ อิอิ
เสียดายไม่เจอแพร แพรไปเรียนอ๊า >o<
*เจอปลาร้าอินเตอร์ด้วย เป็นซองๆ แต่ไม่ได้ซื้อมาอ่ะ 555
6月15日 กาพย์เห่ฯ ชมฝน หยาดหยดเยื่องย้ายย้อย ยืนยง
ไหลหลั่งล้นหล้าลง หล่อเลี้ยง พิรุณพร่างพราวพง พรมพร่าง พรายแพรว กลิ้งเกลือกกลมกล่อมเกลี้ยง กลั่นกลั้ว กลาดกลืน ยามฝนโปรยหยาดย้อย พนาพลอยชื่นชุ่มชม
หยาดฝนหยดเกลี้ยงกลม เกลื่อนกลาดทั่วรั่วลงดิน หยาดฝนหล่นจากฟ้า ร่วงลงมาไหลหลั่งริน ประดุจดั่งยุพิน ร่วงจากฟ้ามาหรือไร หยาดฝนว่าใสแล้ว ยังแพ้แก้วดวงตาใส ระยับวัวแววไว หมดจดในเนตรดรุณี พิรุณฉ่ำชื่นหวาน เพี้ยงเยาวมาลย์พักตราศรี หวานคมขมบ่มี ยามชายพิศติดตรึงตา สายฝนเป็นสายเส้น พิศเฉกเช่นสายเกศา ของเจ้ามาณวิกา สลวยสละงามเงาดี กลางฝนพี่เหน็บหนาว คิดถึงเจ้ามารศรี ยามแนบคู่กายี อบอุ่นทั่วทั้งสรรพางค์ ครืนครืนฟ้าครวญคร่ำ แต่พี่ช้ำกว่าคคนางค์ ยามยอดบังอรห่าง พี่ครวญคร่ำกว่าฟ้าครวญ ฝนลงบ่อน้ำแห้ง เติมเต็มแล้งชื่นฉ่ำชวน แต่พี่ห่างเนื้อนวล ผู้เติมเต็มในอุรา กลิ่นฝนที่ว่าชื่น ฤๅระรื่นรวยนาสา เท่ากลิ่นรจนา ทั่วกายาหอมทั้งกาย ยามหยาดพิรุณปราย หมู่พรรณไม้แย้มสดใส พิศถึงยอดดวงใจ แย้มยิ้มให้ชายลุ่มหลง ฝนหยาดบริสุทธิ์ อาจสะดุดด้วยฝุ่นผง แต่พักตร์นวลอนงค์ คงพิสุทธิ์กว่าพิรุณ ยามฝนหล่นโรยมา มัศยาว่ายวนวุ่น รื่นเริงดุจได้บุญ แต่พี่ครุ่นครวญคร่ำนาง ยามฝนหยุดหยาดแล้ว ฟ้าผ่องแผ้วแจ่มกระจ่าง แต่พี่มิรู้วาง ยังห่วงนางสุดดวงใจ รุ้งเอ๋ยเจ้าแสนสวย ประดับช่วยโลกสดใส แต่ยอดประดับใจ ของข้าไกลไม่อาจเจอ ว่างเหลือเกิน มาแต่งเล่น -*-
เผื่อวรรณคดีสโมสรจะมาเห็น 555
แต่งตอนรถติด ฟ้าใส โดยผู้หญิงที่ไม่ได้คิดถึงใครเลย
ไหงออกมาเป็นนิราศเรื่องฝนซะงั้น -*-
อัพแล้วนะไม่มาอ่านมีโกรธ
*ยังยืนยันว่า การเขียนไดอารี่ทำให้ภาษาวิบัติและบกพร่อง เพราะภาษาพูดไม่ตรงภาษาเขียน
แถมๆ
หยาดฝนเย็นฉำถั้ว เริงใจ
ฤๅจักชะจิตใคร รื่นบ้าง
ฤๅเพียงชะคราบไคล ปรัก โคลนตม
แสดงออกเพียงกล่าวอ้าง ด่าถ้อย ฝนลง
แปลว่า แม้ฝนจะชะล้างได้เพียงโคลนที่เปรอะเปื้อนเพียงไหนก็ไม่ได้ทำให้จิตใจคนเราสะอาดขึ้นเลย เพราะคนแช่งด่าฝนเสมอๆ ว่ารถติดบ้าง ว่าเปียกหนาวบ้าง เลอะเทอะบ้าง น้ำท่วมบ้าง ทั้งที่ฝนให้เรามีน้ำอุปโภคบริโภค แล้วปัญหาต่างๆก็เกิดจากคน
คนไม่ใช่หรือที่ไปถมคลองระบายน้ำจนน้ำท่วม
คนไม่ใช่หรือที่สร้างรถมาให้ติด
คนไม่ใช่หรือที่เอาใจไปผูกความเลอะเทอะ หมาแมวตากฝนมันยั่งไม่ด่าฝนเลย ทั้งที่มันไม่มีร่มเหมือนเราๆ
ดีซะอีก มันจะได้เย็นและหลับสบาย
6月11日 เรื่องสิวๆมีใครไม่เคยเป็นสิวมั้ย?
โอเค ไม่มีแน่ เพราะเราไม่ได้เขียนบล็อกให้เด็กห้าขวบอ่าน
ทุกคนเคยเป็นสิว แล้วเลือกวิธีกำจัดมันยังไงล่ะ
บีบออก?
ไปหาแพทย์?
รอให้มันหลุดไปเอง?
สิวก็เหมือนปัญหานั่นแหละ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำความรำคาญให้เรา ทีนี้ เราก็เลือกเอาสิ ว่าจะแก้ปัญหายังไง
จะใช้ความรุนแรง พังกันไปข้างนึง ก็เหมือนบีบสิว ออกไปเลย แต่เป็นรอยแผลเป็น แต่ถ้าบีบไม่ดีมันก็ยังเหลือหนองอยู่ แล้วพุใหม่เรื่อยๆ
ปรึกษาคนอื่นก็ดีนะ แต่ก็เหมือนไปหาแพทย์ มีค่าใช้จ่าย แต่เรื่องนี้คงต้องจ่ายด้วยเวลา
รอให้มันหลุดไปเองสิ แต่ใครซักกี่คนที่จะรอ รำคาญจะตายไป แต่ถารอ มันจะค่อยๆหลุดไปเอง ธรรมชาติจะเติมเต็มมัน ระหว่างที่รอให้มันจากไป ก็ดูแลทำความสะอาดหน้า อย่าไปสนใจแตะมันมาก เดี๋ยวเชื้อเข้าซ้ำเติม ปัญหาก็เหมือนกัน อาศัยเวลาบ้าง และการค่อยเป็นค่อยไป มันถึงสำเร็จได้ อดทนและพยายาม ไม่มีทางลัดหรอกนะ
อย่างน้อย สิวหนึ่งเม็ดก็สอนให้เรารู้ว่า หน้าตอนไม่มีสิวของเราที่ใสสะอาดนั้น ทำให้เรารู้สึกดี สบายใจแค่ไหน แต่เราไม่เคยสนใจมัน จนความสุขนั้นจากไป ด้วยสิวเพียงหนึ่งเม็ด แต่บางทีความสุขนั้นก็ไม่อาจกลับมา ถ้าเราบีบสิว หน้าก็จะมีรอยแผลเป็น ไม่ใสเหมือนเดิม
ขอบคุณสิวหนึ่งเม็ด ที่นอกจากจะทำให้เรารู้ว่าหน้าใสมีความสุข แล้วยังได้บล็อกนี้แถมมาด้วย
*ปัญหาทุกปัญหามีคุณค่า ลองเลือกที่จะมองดูบ้าง
ดราฟไว้พร้อมบล็อกที่แลเวแหละ อัพห่างกันวันนึงละกัน 6月10日 มีปัญหาอะไร ไม่ต้องรับมันมาใส่ใจก็แค่นั้นหลังจากจมอยู่ในกองการบ้านอยู่ประมาณครึ่งวัน ก็ค่อยๆวิดการบ้านออกจากตัวได้ทีละชิ้นๆ มานึกถึงตัวเองตอนก่อนจะเริ่มทำงานทุกชิ้น เออเนอะ รู้สึกเหมือนทุกอย่างมันถาโถมเข้ามากะให้นอนตายตรงนั้น ปัญหาเรื่องกวนจิตกวนใจอื่นๆก็เข้ามาพร้อมๆกัน ไม่ใช่เรื่องตัวเองแท้ๆ แต่ดันไปคิดมาก จินนี่ไม่เดือดร้อน ท่องไว้ๆ ก็ช่วยเท่าที่ทำได้ แต่อย่าเผลอเอาใจไปผูกให้หนักเปล่าๆ แล้วเมื่อวานก็ตื่นมาแล้วรีบปั่นงาน ตั้งแต่ยังไม่ล้างหน้าเลย นอนปั่นงานบนเตียงนั่นแหละ 555 ขีดๆเขียนๆ พอเสร็จไปวิชานึง ก็รู้สึกว่า เออแฮะ มันไม่ได้มากมายเท่าที่คิดนี่หว่า แล้วก็หยิบงานชิ้นต่อไปมาปั่น แต่ ท้องเจ้ากรรมก็ดันร้องขออาหาร - -" โอเค้ ลงมากินก่อนก็ได้ ทีนี้ละสิ พอกินอิ่ม ไอ้ใจฟิตๆที่กะทำงานมันหายไปไหนหมดวะ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนมาทันใด แถมงานตรงหน้ายังเป็นฟิสิกส์อีกตะหาก ไม่อยากทำ -*- หัวสมองด้านคำนวณดูจะตื้อไปเพราะอาหาร เลยหยิบภาษาไทยมาทำ มึนกว่าเก่าอีกครับพี่น้อง ภาษาอย่างกว้างอย่างแคบ ก็ทำๆไปได้สองข้อ หมดอารมณ์ ลงมาเดินเล่น กวนคนนู้นคนนี้ นั่งเปิดคอมหาสูตรเค้ก โป๊ะเชะ! สูตรนี้น่ากินโคดดดด อยากทำ เห็นมาอาทิตย์นึงละ เลยกลับขึ้นไปปั่นการบ้านต่อ เพราะไม่อยากทำเค้กทั้งที่งานไม่เสร็จ พะวงหน้าพะวงหลัง แล้วฟิสิกส์กับไทยก็เสร็จไปด้วยการทำไปกลืนน้ำลายไป 55 ฟิตพอจะนั่งท่องส่วนของสมองในชีวะก็แล้วกัน หลังจากเค้าสั่งให้ท่องเพื่อทดสอบในชั่วโมง แล้วดันอ่านนิยาย เลยทำได้แค่สามจากสิบสอง ท่องได้หมดแล้วเว่ย มาเลย ซีรีบรัม ซีรีเบลรัม (แบบว่าเป็นคนไม่ชอบยอมแพ้ว่ะ ถ้าพลาดตรงไหนจะไปอุดๆๆจนมันนูนขึ้นมาเลย) แล้วเวลาแสนสุขก็มาถึง ได้ทำเค้กซะที สูตรนี้เปิดเจอมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ไม่ว่างทำ ทนมาทั้งอาทิตย์ แล้วก็ทำๆๆๆ ทำอยุ๋คนเดียวนั่นแหละ เหงื่อไหลท่วม จะผอมก็เพราะทำเค้กเนี่ยแหละ เชื่อมะ -*- วิ่งไปวิ่งมา มีตอนนึงเอาเนยไปอุ่นให้เป็นน้ำมันในเตาอบ แล้วทิ้งไว้ พอจะใช้หาถุงมือกันร้อนไม่เจอ เลยใช้ผ้าเช็ดโต๊ะเเทน ผลคือ ถ้วยเนยมันร้อนกว่าที่คิด นิ้วโป้งพองเลย วางถ้วยแทบไม่ทัน แต่เอาเถอะ เค้กออกมาอร่อยสมใจก็พอใจแล้ว นิ้วโป้งเจ็บนิดเดียวเอง(แล้วมันจะผอมแน่เหรอ-*- ) วันรุ่งขึ้นมา(วันนี้) นิ้วก็หายละ มันสอนให้เรารูว่า ปัญหาอยู่กับเราไม่นานหรอก สิ่งที่เหลืออยู่สำหรับเช้านี้คือ เค้กแสนอร่อยและงานทุกชิ้นที่เสร็จแล้ว แถมด้วยส่วนต่างๆของสมองจากชีวะอีกนิดนึง ส่วนปัญหากวนใจ กินเค้กก็ลืมหมดแล้ว 555 เค้กเสกมนต์นี่นา สังเวยด้วยนิ้วโป้งคนทำ (พูดน่ากลัวโคด)จริงๆขนมทุกชิ้นทำด้วยใจเฟ้ยย
ปล.เพื่อนๆ ทั้งหลาย คาดว่าเค้กก้อนนี้อยู่ไม่ถึงวันจันทร์อ่ะ เหมือนว่าพ่อจาชอบ เนื้ออย่างเฟิร์ม นุ่งเนียนดึ๋งดั๋ง >_< ปล.เราก็คนธรรมดา มีปัญหาเข้ามาในใจทั้งนั้น แค่อยากเอามันออกไปให้เร็วที่สุด ความสุขจะเข้ามาแทนที่เองนั่นแหละ
ปกติไม่ค่อยได้เขียนไดอารี่อย่างนี้แฮะ เพราะเวลาเล่าอะไรๆแบบตัวเรา มันจะมีภาษาบกพร่องปนมาด้วย เพื่อการนึกสำเนียงตามที่ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยชอบ กลัวติด-*- ชอบเล่าแบบเป็นเรื่องราวมากกว่า
เอาเถอะ ไปกินเค้กละ บ๊ายบาย
*สิ่งเดียวที่คาใจคือคำว่าสติถิ
6月6日 ยึดและติดยึดติดหนอยึดติด
คนเรามักจะยึดติด
ยึดติดว่าเราต้องได้
ยึดติดว่าจะไม่ยอมเสีย
ทุกวันนี้คนเรายึดติดมากมายเหลือเกิน
ยึดติดกับคนและวัตถุ กับคำว่า"ไม่ยอม" ให้อะไรจากไป
ซึ่งก็ทำได้ที่ไหนกันล่ะ
คุณจะเก็บทุกอย่างไว้กับตัวตลอดไปได้ยังไงเล่า
คุณมีคนรัก สักวันเขาก็จากไป
คุณมีของสำคัญ แต่สักวันมันก็ต้องชำรุด
คุณเสียอะไรไป เศร้าเสียใจ หวังจะได้คืนมา ไม่ยอมปล่อยมันไป
คุณฝืนโลกนี้ได้หรือ??
สมมุติว่าคุณกำลังพิมพ์ๆงานสำคัญอยุ่ ไฟดับพรึ่บ! งานหายเกลี้ยง คุณจะเลือกอะไร
สมมุติว่าคุณอกหักจากคนที่คุณรัก คุณจะทำยังไง
คุณเคยทำผิดพลาด ใช่! ทุกคนเคยผิดพลาดอยู่แล้ว
ในอดีตแสนหวาน แสนสุขก็มีนี่นา
ทำบุญทำดีมากมาย แต่ทำไมไม่ได้ดี
ชีวิตก็เหมือนแก้วน้ำ เราหาความสุขมาเติมเรื่อย แต่แก้วบิ่นบ้างรั่วบ้าง ความสุขจากเงินก็เหมือนน้ำเหลวๆ มาแวบเดียวก็หายไป ความสงบในใจสิจะช่วยอุดรอยรั่วร้าว ให้ความสุขอยู่ต่อไปแสนนาน
บางทีก็รู้สึกเหมือนตัวเรามีแม่เหล็กอยู่ในหัวใจ เอาเป็นว่ามีขั้วเหนือก็แล้วกัน สิ่งที่เราปรารถนา ไม่ว่าจะเป็น ความรักเอย ความร่ำรวย ชื่อเสียง ต่างๆนานา ก็มีแม่เหล็กขั้วเหนือติดอยู่ด้วย ยิ่งเราวิ่งไล่ สิ่งเหล่านั้นก็ห่างออกไปๆ ขณะที่วิ่งตาม ของที่เราไม่ต้องการ ซึ่งมีขั้วใต้ติดอยู่ เช่นความทุกข์ ความเศร้า เจ็บปวด ท้อแท้ ก็จะถูกดูดเข้ามาเกาะหัวใจเราเต็มไปหมด หนักขึ้น หนักขึ้น จนใจเราวิ่งต่อไปไม่ไหว ทั้งหนัก ทั้งเหนื่อย ต้องทรุดลง ไม่อาจเขยื้อนต่อไป...
ลองทำใจให้เป็นกลางสิ ไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆ ได้ดีก็ดีใจ แต่เตือนตัวเองว่าต้องพร้อมเสียใจ ไม่ได้อะไรก็วางเฉย สูญเสียสิ่งใดก็อย่างเสียหัวใจไปด้วยเลย
เมื่อหัวใจเป็นอิสระ ไม่มีอะไรผูกติด สิ่งที่เคยหนีก็หยุดรอให้เดินไปหาอย่างง่ายดาย
อย่ายึดว่าอะไรต้องเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ ตัวเราเองยังควบคุมตัวเองดังใจไม่ได้เลย แพ้ใจตัวเองก็บ่อย แล้วมันเรืท่องอะไรที่โลกนี้ต้องเป็นไปตามใจเราล่ะ?
เฮือก -*- อ่านเองยังรู้สึกว่ามันหนักเลย แต่ก็เบากว่าที่ร่างๆไว้แล้วนะ เรื่องนี้คงไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายเรา เด็กอายุ 17 กร๊ากก 55+ แต่ไม่อยากให้ตกค้างเป็นดราฟ ก็อัพๆไป ไม่หวังคนเม้น
ปล.ช่วงนี้ใจลอยๆ ใจลอยก็ดีเหมือนกันนะ
6月3日 ชาขม ขนมหวานเธอและผม ต่างกันสุดดินฟ้า
ผมเป็นเพียงแค่ชาอันแสนขม
ส่วนเธอนั้นขนมหวานคนชื่นชม
หอมเนยนมนุ่มลิ้นยามลิ้มลอง
คุณกับฉันต่างกันสุดไกลโพ้น
ฉันทำคนเจ็บป่วยทุกเผ่าผอง
คุณรักษาชีวาคนตามครรลอง
ใครจะอยากจับจองโรคากัน
เธอทำให้ชาขมมีรสหวาน
เธอทำให้ชีพฉันแสนสุขสันต์
เธอทำให้ความขมลดลงพลัน
เธอทำให้ชีวิตฉันรื่นรมย์ใจ
คุณทำให้หวานอย่างฉันไม่บาดคอ
คุณทำให้คนพอรับฉันได้
คุณทำให้ฉันมีค่ากว่าใครๆ
คุณทำให้ฉันรู้จักความพอดี
ขนมหวานอย่างเธอแสนเลอค่า
ขึ้นว่าหวานวาจาก็เป็นศรี
รสกลมกล่อมหวานเย็นเป็นรสดี
ตัวเธอนี้สูงค่าราคาแพง
ชาแสนหอมอย่างคุณแสนยิ่งใหญ่
ขมเป็นยาทำให้คนเข้มแข็ง
ความอบอุ่นยามแอบแนบตะแคง
ให้เรี่ยวแรงหัวใจมากอนันต์
ความขื่นขมใครหนอปรารถนา
ทั้งสุดหล้าฟ้าดินไม่มีฝัน
ความขมหรือคนจักชมนิยมกัน
ความร้อนร้ายจากฉันพร้อมลวกคน
ขึ้นว่าหวานไม่นานคนก็เบื่อ
ใครจะเชื่อขมต่างหากไม่ขัดสน
หากกินได้ฉันว่าไม่อับจน
สุขกมลไร้โรคด้วยเป็นยา
อันหวานขมคนชมแล้วแต่โปรด
แต่ที่โดดเด่นแท้แสนหรรษา
คือชาขม-ขนมหวานเคียงคู่มา
ย่อมนำพารสพอดีให้สุขใจ
ยามชาขมมากไปก็ตักหวาน
แต่หากหวานเลี่ยนลิ้นไปเมื่อไหร่
จิบชาขมอุ่นๆกลั้วคอไป
รู้จักไหม"กลมกล่อม"กลมกลืนกัน
ว่าจะแข่งกลอนสด เลยหัดๆแต่งกลอน รอดมั้ยฟระ-*-
แต่เหตุผลจริงๆคือ อยากกิน 555 ชาร้อนๆกะขนม โคดเข้ากันเลยเฟ้ยย >_<
เอ๊ะแล้วใครแถวๆนี้หว่า บ่นว่าอ้วน อยากผอมๆ
*credit pictures from deviantart.com 6月1日 กระทู้หนึ่งในพันทิปเอามาลงเฉยๆ ขอบคุณเจ้าของเอง ณ ที่นี้ด้วย
เพื่อนแนะนำให้ฉันไปทำ......"เสน่ห์ยาแฝด".......
ฉันกับแฟนคบกันมา 4 ปี มีโครงการจะแต่งงานกันสิ้นปีนี้ แต่แล้วจู่ ๆ เค้าก็มาบอกว่า “เราเลิกกัน” “เค้าไม่ได้รักฉันแล้ว ตอนนี้เค้าพบคนใหม่ ตลอดเวลาเค้าหลอกฉันมาตลอดว่ารัก เค้าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่สิ้นปีนี้” จากคุณ : วรรณวิสา - [ วันวิสาขบูชา 14:29:34 A:58.181.180.110 X: ]
http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N5461921/N5461921.html#8 |
|
|