Jinnipar's profileजिंनिपर चोचम्नंPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 30

    รายชื่อหนังสือจากงานสัปดาห์หนังสือล่าสุด

    ฟ้าจรดทราย
    dragon delivery#3
    สายลับลูกกวาด
    สายลับรสรวมมิตร
    กระซิบสีเลือด
    มิเกะเนะโกะ โฮลมส์#12
    กุหลาบกลางผืนทราย
    เอริกะ แวมไพร์ยอดนักสืบ ตอนงานฉลองของแดรกคูล่า
    the green book
    the door II
    อาร์เซน ลูแปง - เข็มกลลวง
    อาร์เซน ลูแปง - ชายในห้องเช่า
    ชีวิตคนโสดโหดมันฮา
    ฝนสีขาว
    แผนซ่อนคน กลซ่อนแผน
    แดรกคูล่า จอมผีดิบ
    แฟรงเกนสไตน์
    ปีศาจโรงอุปรากร
    พระมาลัยคำหลวง
    กฤษณาสอนน้องคำฉันท์
    นิราศนรินทร์
    the book thief
    หนังสือชุด spiderwick
    Children of dune
    คินดะอิจิยอดนักสืบ#11
    คินดะอิจิยอดนักสืบ#12
    ซายากะสาวน้อยนักสืบ#7
    Nine Lives
    Happy Ending (ปกไอติม)
    พรมแดน
    ลับ ลวง พราง
    ร้อยนิทาน ล้านกำลังใจ
    ข้าวคลุกปลาทู
    ยมทูตสีขาว#9
    ยมทูตสีขาว#10
    ชานะ นักรบเนตรอัคคี#3
    ชานะ นักรบเนตรอัคคี#4
    Nirvana IV
    The white road generation
     

    ถ้านับสไปเดอร์วิกแยกเป็นเล่มๆ ก็เกินสี่สิบเล่ม
    อันนี้ไม่เรียงไรเลย แปะๆเฉยๆ
    จริงๆมีหนังสืออีกสองสามเล่ม แต่พ่อเอาไปแล้ว เลยไม่ได้เอามาลงไว้
     
    ปล. เดาสิ เล่มไหนของเรา ของพี่ (และจำนวนอีกเล็กน้อยเป็นพ่อสั่ง) แล้วเล่มไหนอ่านด้วยกัน
     
    อยากทำรายชื่อหนังสือในบ้าน!
    March 29

    ผีเสื้อและอากาศ

     
     
    Untitled-1 copy
     

    ถ้าเขาคนนั้นเป็นอากาศ...

    ...ฉันก็คงเป็นผีเสื้อ

     

    ผีเสื้องดงามยามจับจ้อง แต่ไม่อาจแตะต้องได้

    อากาศมองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ลึกล้ำ

     

    ผีเสื้อเริงร่าในอากาศ

    อากาศพลิ้วไหวได้เพราะผีเสื้อ

     

    ผีเสื้อและอากาศขาดกันไม่ได้

    เพราะไม่มีสิ่งใดแทนที่กันและกันได้

    แต่ไม่เคยเคียงคู่กัน

     

    ..ผีเสื้อไม่ได้เป็นของอากาศ

    อากาศไม่ได้เกิดมาเพื่อผีเสื้อ..

     

    ทั้งคู่มีความสุขไหมนะ

    ขณะที่ผีเสื้อโบยบินในอากาศ

     


    เหมือนแต่งเรื่องประกอบภาพเลย จริงๆไม่เกี่ยว รูปวาดไว้สองสามวันละ(แน่นอนว่าใช้โฟโตชอบ ไม่มีปัญญาวาดบนกระดาษหรอก) แต่เนื้อความเพิ่งคิดได้ก่อนนอนเมื่อคืน เลยตื่นมาขีดๆเขียนๆ

    เศร้าไปนิด หดหู๊หดหู่ แต่ก็เป็นอีกรสละกันน่ะ

    ช่วงนี้เทื่ยวทุกวันเลย เสียดายเงิน - -

    ไปสัปดาห์หนังสือก็หมดตัวกันเลยทีเดียว (แง อดไม่ได้นี่..)

    ยังพยายามฝึกกินมะเขือเทศ แต่ยังทำใจไมได้ 

     

    *อีดิทตอนเช้า

    ฉันฝันถึงเธออีกแล้ว ฉันฝันถึงเธอมากกว่าใครๆ และฝันแต่ละครั้ง มันก็เริ่มใกล้ความจริง

    ความจริงที่ว่า ฉันไม่มีทางมีเธอ... 

    จากฝันไกลๆ ที่เหมือนว่าเราจะรักกัน ที่ทำให้เจ็บทุกครั้งที่ตื่น

    มันเป็นฝันที่น่าจะจริงแล้วล่ะ

    ฝันที่เธอเกลียดฉัน ฝันที่เธอเย็นชา

    น้ำแข็งและหมีขั้วโลกอบอุ่นไปทีเดียว

    ประมาณนั้นแหละนะ

     

    Red rose

    March 23

    ฉันเกลียดเต้าหู้

    ฉันเกลียดเต้าหู้

    ใช่.. ฉันเกลียดเต้าหู้

    ดังนั้น สิ่งที่ฉันจะทำก็คือ

    หาเต้าหู้ที่ฉันชอบกินให้ได้

    ฉันไม่หยุดที่จะลองชิมเต้าหู้ใหม่ๆ

    ถึงจะพบกับความไม่อร่อย

    เหม็น จืดชืด

    พบเหตุผลต่างๆทุกที

    เหตุผลที่ทำให้ฉันเกลียดเต้าหู้

    แต่ฉันก็ลองกินต่อไป ครั้งละนิด

    บางที สักวัน

    ฉันอาจเจอเต้าหู้ที่กินได้อย่างเอร็ดอร่อย

    หรือฉันอาจจะรู้สึกดี

     มองเห็นข้อดีของเต้าหู้ธรรมดา

    ที่แสนเกลียดนี่ขึ้นมาก็ได้

    ปล. อย่างน้อยตอนนี้ ฉันก็กินน้ำเต้าหู้กับเต้าหู้ไข่ได้นะ

     


    อยู่บ้านทุกวันก็เบื่อ เที่ยวทุกวันก็เบื่อ ชีวิต...

    *ซื้อโน้ตบุ้คแล้วนะ

     

    March 20

    หนังสือ วันว่าง และน่าเบื่อ

     
    ด้วยความว่าง ไม่มีอะไรทำ วันนี้อ่านหนังสือนิยายจบไปสี่เล่ม มันเป็นนิยายที่ซื้อดองๆไว้ แต่ไม่ว่างอ่านซักที บางเล่มก็เป็นปีแล้วมั้ง จนวันนี้ว่าง ก็นั่ง อ่าน อ่าน อ่าน พบสัจธรรมหลายๆอย่าง ปนๆกับเรื่องเก่าๆที่เคยอ่านด้วยน่ะนะ
     
    หนังสือปกสวย ข้างในไม่ได้ดีเสมอไป

     มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ที่สวย คำโปรยน่าอ่าน มาจากสำนักพิมพ์ที่น่าเชื่อถือ น่าจะสนุก...แต่เนื้อเรื่องจืดชืด อ่านแล้วแทบจะหลับ หวังว่าตอนจบจะดีขึ้น แต่ก็จบอย่างน่าเบื่อหน่าย
     
    หนังสือที่ดูไร้สาระ บางทีก็สอนชีวิตได้

     ซื้อหนังสือที่ดารามาเขียนแฉเล่มหนึ่ง (จากร้านเลหลัง เล่มละ20) ก็กะมาอ่านเล่นๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่มันสอนอะไรๆหลายๆอย่าง ความรัก ความจริงใจของคน หรือแม้แต่ความรู้เรื่องศัลยกรรม และความรักของแม่ ที่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ แต่ลูกไม่เคยเห็น
     
    คนเราก็เหมือนหนังสือ...

     เคยเป็นมั้ย เมื่ออ่านหนังสือจบเล่มหนึ่ง หยิบเล่มใหม่มา อาจจะเป็นเล่มที่อยากอ่านเหลือเกินตอนซื้อ แต่พอหยิบมาอ่าน ก็น่าเบื่อเกินกว่าจะเริ่มต้นอ่าน เพราะไม่อยากผจญกับบทนำที่น่าเบื่อ เนื้อเรื่องตอนต้นที่มีแต่ปริศนาน่าสงสัย ไม่เข้าใจ แต่ยังไงก็ตาม ถ้าเราไม่เริ่มเปิดอ่าน เราจะได้รับรู้ความสนุกในช่วงไคลแม็กซ์ของเรื่องหรือ?
     
     
    ไม่เคยเสียใจที่ว่า อ่านหนังสือจบแล้ว ไม่สนุก เสียเวลาเปล่าๆ...เพราะมีบางอย่าง ที่เราได้รับจากหนังสือทุกๆเล่มแน่นอน
     

    *เกลียดเต้าหู้ ไม่ชอบมะเขือเทศ
     
    *อีดิท เพิ่มคิวงานและคิวเที่ยว
     
     21commart
    23homepro & cooking eq fair
    24ปพ เอกสาร รูป เฟรนด์ชิบ
    25งานวิทย์
    28 สัปดาห์หนังสือ*
    5ประกาศเอเนท
    10โอเนท
    March 11

    แต่งเรื่องประกอบภาพ

     
     
     

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนสีเทาๆดินแดนหนึ่ง ที่ปกคลุมไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า มนตรา ทำให้ดินแดนนี้แตกต่างจากดินแดนสีน้ำเงินภายนอก

    กลางดินแดนแห่งนี้ มีต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์อยู่ต้นหนึ่ง อยู่บนเกาะกลางทะเลสาบสีรุ้ง ที่ลึกและรุนแรง เต็มไปด้วยน้ำวน ไม่อาจมีผู้ใดว่ายผ่านเข้าไปได้

    มีเสียงร่ำลือว่า ต้นไม้ต้นนั้น เป็นต้นไม้วิเศษ ออกผลเป็นรูปหัวใจ สีสันเหลือบล้ำตระการตา วิจิตรพิสดาร

    ทั้งยังมีอำนาจชุบชีวิตผู้สิ้นชีพให้คืนสติได้

     

    คำเล่าลือนี่อาจมาจากนกนาม วิหคสวรรค์...ที่บินไปถึง และกลับออกมาได้

    วิหคสววรค์เป็นนกในตำนาน กล่าวกันว่า มีขนาดเล็กราวกับเมล็ดข้าว แต่บินได้รวดเร็วดุจแสงสายฟ้า และเสียงร้องก้องกังวานกว่าพิณไข่มุก ที่ถือว่าไพเราะที่สุด

     

    แต่ไม่มีใครพบเห็นนกชนิดนี้มากว่าแปดพันปีแล้ว แม้แต่ผู้ทรงมนตราที่สุด ที่คุยกับสัตว์ได้ทุดชนิด ก็ไม่อาจติดต่อนกชนิดนี้ได้

     

    คนในดินแดนสีเทา ไม่ได้หวั่นเกรงต่อความตาย เนื่องจากเป็นชนเผ่าที่มีอายุยืนยาว และเป็นหนุ่มสาวอยู่เสมอ พวกเขาไปสู่ภพภูมิแห่งความสงบได้ ด้วยการตัดสินใจของตัวเอง เรื่องเล่าขานนี้ จึงไม่เป็นที่สนใจมากมายนัก นอกจากเป็นนิทานก่อนนอนปะปนในตำนานหลายพันเรื่อง ที่ทุกคนในดินแดนฟังจนขึ้นใจสมัยยังเป็นเด็ก

     

    แต่วันหนึ่ง...

     

    ตำนานนี้ ได้หลุดรั่วไปสู่ดินแดนสีน้ำเงินดินแดนอื่นๆ พร้อมๆกับตำนานหลายพันเรื่อง และเรื่องจริงอีกหลายเรื่องเช่นกัน ซึ่งผสมปนเปกัน จนคนภายนอก ไม่ใคร่ทราบว่าเรื่องใดจริงเท็จ

     

    แต่เมื่อเป็นตำนาน ก็ย่อมมีผู้ต้องการพิสูจน์ และมีผู้คนมากมาย ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากสรรพคุณล้ำค่า สำหรับคนในดินแดนสีน้ำเงิน ของต้นไม้นี้

     

    .

    .

    .

     

    เรื่องเป็นยังไงต่อกันหนอ... ทำไมต้นไม้ในภาพเหลือเพียงกิ่งก้าน ทำไมทะเลสาบที่ว่าลึกล้ำ กลายเป็นเพียงธารน้ำตื้น

     

    .

    .

    .

     

    มนุษย์บนดินแดนสีน้ำเงินทำสิ่งใดกัน!!

     

     

    ...คำถาม จากแม่มดคนสุดท้าย ในดินแดนสีเทา ...

    ...ตำนานที่ขาดหายไป ไร้ซึ่งตอนจบ... 


    จัดของ กับจัดหนังสือไปบ้างแล้ว ห้องหายรกทันตาเห็น - -
     
    เออ สงสัยนะว่า ถ้าสมมุติเราตายไป คนที่อ่านๆบล็อกนี้จะรู้เมื่อไหร่ว่าเราตายไปแล้ว หรือว่าแค่ไม่อัพ ไม่ออน ไม่รับโทรศัพท์?
     
    ปล. เดี๋ยวนี้มีลิสต์ใหม่ ลิสต์ของที่อยากได้ เห็นกันอ๊ะยัง?? พอลิสต์ รู้สึกกิเลสตัวเองเยอะมากมาย ฮาๆ
     
    March 05

    Moon Stars Sun Earth and MSN

    Pink pie says:นี่...ดวงดาวทำอะไรกันเหรอ ในยามค่ำคืน

    White chocolate says:อืมม เคยฟังนิทานเรื่องนี้มั้ย

    White chocolate says:กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

    White chocolate says:โลกของเราเคยมีพระจันทร์สองดวง

     Pink pie says:อืมมม

     Pink pie says:คุ้นๆ

    White chocolate says:ดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง

    Pink pie says:ต่อๆ

    White chocolate says:ทั้งสองอยู่เคียงข้างกัน บนฟากฟ้าที่มืดมิด

    White chocolate says:ทอแสงอ่อนๆให้กันและกัน

    White chocolate says:และเผื่อแผ่แสงนั้นมายังโลก

    White chocolate says:ยามที่พระอาทิตย์จากลา

    White chocolate says:เวลาผ่านไป...

    White chocolate says:วันหนึ่ง

    White chocolate says:ในเวลาใกล้ๆเช้า

    White chocolate says:พระจันทร์ชายถูกเมฆบดบังไปชั่วขณะ

    White chocolate says:และชั่วขณะนั้นเอง พระอาทิตย์ก็โผล่ขึ้นมาดังเช่นทุกวัน

    White chocolate says:แต่ไม่เหมือนทุกวันตรงที่

    White chocolate says:มันเป็นครั้งแรกที่พระจันทร์หญิงมองเห็นดวงอาทิตย์

    White chocolate says:แทนที่จะจับจ้องที่พระจันทร์หนุ่มเช่นเคย

    White chocolate says:แสงอันทรงพลัง... พลังงานแห่งชีวิต....

    White chocolate says:มีสเน่ห์มากพอที่จะทำให้พระจันทร์สาวประทับใจ

    White chocolate says:คืนต่อๆมา

    White chocolate says:พระจันทร์ทั้งสองก็เริ่มห่างไกลกันทีละน้อยๆ

    White chocolate says:เรื่อยไป...

    White chocolate says:จนอยู่คนละมุมของฟากฟ้า

    Pink pie says:T_T เศร้าแล้วว

    White chocolate says:พระจันทร์หนุ่มไม่เข้าใจ แต่แค่ได้เห็นจันทร์สาวในสายตาก็พอแล้ว

    White chocolate says:แล้วก็อีกวันหนึ่ง พระจันทร์สาวละทิ้งหน้าที่ของตน

    White chocolate says:เพื่อมาหาพระอาทิตย์ผู้ยิ่งใหญ่

    White chocolate says:พระจันทร์หนุ่มสาดแสงอ่อนเพียงลำพังบนฟากฟ้า

    White chocolate says:เสาะหาไม่เห็น โอ...จันทราที่รักของข้าอยู่แห่งใด

    White chocolate says:พระจันทร์หนุ่มสืบเสาะ ทุกที่บนท้องฟ้า

    White chocolate says:ทุกเกล็ดปุยเมฆ

    White chocolate says:แต่ก็ไม่พบ

    White chocolate says:เขาจึง

    White chocolate says:ตัดสินใจ

    White chocolate says:...ระเบิดตนเองเป็นละออง...

    White chocolate says:กลายเป็นดวงดาวนับแสนล้าน

    White chocolate says:เพื่อให้ดวงดาวแต่ละดวง ละอองดาวแต่ละเกล็ด

    White chocolate says:ฟุ้งกระจายทั่วจักรวาล

    White chocolate says:เผื่อละอองดาวสักเกล็ด...

    White chocolate says::จะพบพานนางอันเป็นที่รัก

    White chocolate says::จึงเกิดดาวระยับบนฟ้าไกล

    White chocolate says:ที่มองยามใดก็ดูเหงา..

    White chocolate says:ฝ่ายพระจันทร์สาว

    White chocolate says:เมื่อมาอยู่กลางวัน

    White chocolate says:เธอรู้สึกไร้ค่า

    White chocolate says:แสงทออ่อนๆของเธอไม่มีประโยชน์ที่นี่

    White chocolate says::พระอาทิตย์ไม่เคยมองเธออย่างชื่นชมเช่นพระจันทร์หนุ่ม

    White chocolate says:พลังงานที่มากเกินไป ทำให้เธอร้อนระอุ

    White chocolate says:มากกว่าความอบอุ่นบางๆในคืนหนาวเหน็บที่เธอคุ้นเคย

    White chocolate says:เธอจึงตระหนักได้

    White chocolate says:ว่าเธอเกิดมาเพื่อใคร

    White chocolate says:เธอจึงกลับไป...กลับไปยังกลางคืน

    White chocolate says:แต่แน่นอน...สายไปเสียแล้ว

    White chocolate says:เธอพบเพียงละอองแห่งดวงดาวกระจายทั่วผืนฟ้า

    White chocolate says:ที่ส่องแสงระยับ สะท้อนกับน้ำตาของเธอ

        White chocolate says:และห้อมล้อมเธอให้อบอุ่นเสมอ

    White chocolate says:แต่...

    White chocolate says:ทั้งสองไม่อาจพบกันอีกตลอดไป

    White chocolate says:ยามใดพระจันทร์เต็มดวง แสงของดวงดาวจะริบหรี่

    White chocolate says:แสงดาวจะระยับโดดเด่น

    White chocolate says:ในคืนเดือนมืดที่ไร้จันทร์

    White chocolate says: ......จบ.......

    Pink pie says:อย่าทามให้เราซึ้งดิ

    White chocolate says:(เคยอ่านที่ไหนมาไม่รู้ มาแต่งใหม่เป็นสำนวนตัวเอง)

     

    Pink pie says:เรา

    Pink pie says:อยากยิ้มให้กับดวงดาว

    Pink pie says:ที่บางวันก็สำเร็จนะ

    Pink pie says:บางวันก็ยังมีดวงดาวบางดวงที่อยู่คู่ดวงจันทร์ได้

    White chocolate says:แต่ก็ไม่เหมือนพระจันทร์สองดวง

    Pink pie says:อืม

    Pink pie says:เรากำลังนึกถึง

    Pink pie says:ดวงอาทิตย์

    White chocolate says:ดวงอาทิตย์ก็น่าสงสารนะ

    White chocolate says:โดดเดี่ยวอยู่เสมอ

    White chocolate says:ไม่มีใครเคียงข้างเขาได้เลย

    White chocolate says:ทั้งๆที่เขาออกจะดีแสนดี

    White chocolate says:อุทิศชีวิตเพื่อสรรพสัตว์และสิ่งมีชีวิตทั้งมวล

    White chocolate says:จริงๆแล้ว ดวงอาทิตย์ เป็นชายหนุ่มที่แอบหลงรัก

    White chocolate says:หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความสดชื่น น่ารัก สดใส

    White chocolate says:ชื่อว่าโลก

    White chocolate says:เขายอมทำทุกอย่าง ให้โลกมีความสุข

    White chocolate says:แต่เขาก็ได้แต่แอบรักอยู่ห่างๆ เพราะเขาอัปลักษณ์เกินไป

    White chocolate says:จุดด่างดำจุดใหญ่ๆ บนผิวมากมาย

    White chocolate says:ทำให้เขาต้องอยู่ไกลจากโลกที่รัก

    White chocolate says:ทำได้แค่ส่งความปรารถนาดีที่อบอุ่น ผ่านแสงมายังโลก

    White chocolate says:เพื่อให้โลกรับรู้ว่ายังมีเขาอยู่ข้างหลังเสมอ

    Pink pie says:(แล้วโลกร้อนอะ)

    Pink pie says:แปลว่า

    Pink pie says:หวังดีเกินไป

    Pink pie says:หรือเปล่า

    White chocolate says:แต่แล้ว เขายังโชคร้ายไม่พอล่ะ

    White chocolate says:ดั่งพระเจ้ากลั่นแกล้ง

    White chocolate says:ให้โลก

    White chocolate says:ไปหลงรักสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นมา

    White chocolate says:นั่นเรียกว่ามนุษย์

    White chocolate says:เหมือนแม่กับลูกน่ะ

    White chocolate says:ลูกของตน ทำอะไรย่อมไม่ผิด

    White chocolate says:ถึงจะเลวร้ายแค่ไหน จะทำร้ายโลกเพียงใด

    Pink pie says:อืม

    White chocolate says:โลกเจ็บ...แต่ทนได้เสมอ

    Pink pie says:น่าสงสาร

    White chocolate says:แต่ คนที่ทนไม่ได้

    White chocolate says:คือพระอาทิตย์ผู้หวังดี

    White chocolate says:เขาจึง ส่งรังสีมาพร้อมกับแสง

    White chocolate says:มายังโลก เพื่อทำลายสิ่งที่มาทำร้ายยอดดวงใจของเขา

    White chocolate says:ซึ่งก็ค่อนข้างได้ผล

    White chocolate says:โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า

    White chocolate says:โลกที่รัก ก็เจ็บปวดไปด้วยพร้อมกัน

    White chocolate says:เขาไม่อาจกอดปลอบโลกได้ เพราะเขาร้อนเกินไป

    White chocolate says:เขาไม่อาจเคียงข้างโลกได้ เพราะแตกต่างกันเกินไป

    White chocolate says:เขาทำได้แค่นี้ ถึงโลกจะเกลียดเขา

    White chocolate says:เขาก็ยอม...

    White chocolate says:เพราะเขาทนเห็นใครทำร้ายโลกไม่ได้จริงๆ

    White chocolate says:จบ

     

    White chocolate says:ปล.อันนี้แต่งสด( จริงๆ )

     

     


     

    เหตุการณ์จริง...(น่าจะเดาได้นะว่าคุยกับใคร)

    บล็อกนี้รู้สึกจะเป็นครั้งที่สองหรือสาม ที่ได้มาจากการคุยเอ็ม

     

    เฮ้อออ อยากให้มีคนมาเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังแบบตอนเด็กๆจัง =w=

     

    รับสมัครนักเล่านิทานหนึ่งตำแหน่ง ติดต่อเจ้าของบล็อกค้าบ 555+

     

    March 02

    (ก็แค่)ประกาศ(ให้ทราบโดยทั่วกัน)

    บุคคลในรูปเป็นนักร้องวงละอองฟอง( รู้สึกจะชื่อออน)
    เป็นแค่บุคคลหน้าคล้ายจินนี่(เล็กน้อย) แต่สวยกว่า(มาก)
    ไม่ใช่จินนี่แต่งโฟโตช็อบแต่อย่างใดกั๊บ =w=
     
    image
     
    ถ้าน่ารักได้เท่านี้ก็ดีสิ (ฮา)
     

    มีคนทักมาก เมื่อเอารูปนี้เป็นดิส
    -จินนี่น่ารักขึ้น
    -ดูแปลกไป
    -น่าร๊ากๆๆ
    -จินนี่จะเป็นพริตตี้เรอะ
    -แต่งโฟโตช็อบหรอ
    -บลาๆๆๆ
    -ดูแก่แปลกๆ<<พี่ป่าน
     
     
    แต่บางคนก็บอกคล้ายๆ บางคนก็บอกไม่เห็นเหมือน
    แต่
    น่าเศร้าตรงที่..
     
    .
    .
    พี่ชายตัวเองจำหน้าน้องไม่ได้ คิดว่าเป็นหน้าน้องตัวเองซะงั้น -*-
    สิบเจ็ดปีได้แค่เนี้ยยย
    น้องแต่งโฟโตช็อบยังไงก็ไม่สวยงี้หรอกค้าบบ 555