Jinnipar 的个人资料जिंनिपर चोचम्नं照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
2月27日 ฉันจะทำหลังสอบเอเนทออกกำลังกายมากๆ>ผอม
กินให้น้อยลง>ผอม
พยายามจะผอม (ยาก*)
ทำขนมสูตรที่แอดเก็บไว้ล้นfavorite (แต่จะกินพยายามน้อยๆ)
ไปกินซิสเลอร์ (เอาน่า)
ไปเที่ยวทะเล
ไปสวนสัตว์
ไปไอซ์เสก็ต
ไปดูหนัง
จัดตู้หนังสือในห้องนอน
จัดกระเป๋าทุกใบ เอาของที่ลืมๆไว้ออกให้หมด ของหาย ลืมในกระเป๋าประจำ -*-
จัดตุ๊กตาในห้อง โละบริจาคให้เด็ก ก่อนจะจมฝุ่นตาย
จัดหัวเตียงด้วยก็ได้
จัดไฟล์ในด็อกคอมเมนท์
ไปวิปัสสนาที่ไหนซักแห่ง(ใครมีที่แนะนำบอกได้)
อ่านหนังสือที่ซื้อมาดองไว้จำนวนมาก
เล่นเกมหลายเกมที่โหลดมาทิ้งไว้
เล่นลินเนจสอง (ถ้าจุ่นไรท์แผ่นให้ได้)
แต่งเพลง
ซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเองให้มากขึ้น (เพราะโตขึ้นแล้ว)
ทำตัวให้ดีให้พอสำหรับบางอย่าง
อยากลองเข้าคอร์สเรียนเต้นด้วย (แต่ยังไม่ได้หาเลย ใครสนใจมั่ง)
อยากเรียนโยคะ
เรียนขับรถ?? (อันนี้เฉยๆนะ แต่พี่จะลากไป)
เรียนแต่งหน้า (ตอนนี้ก็เรียนอยู่นิดหน่อยแล้ว ยากชะมัด ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่แต่งดีกว่า)
พยายามทำตัวให้เป็นผู้หญิง (บางคนเถียงว่าเป็นอยู่แล้ว ไม่รู้จริง...55)
กอดแม่บ่อยๆ (ชอบการกอดที่สุดเลยยย)
เลิกทำหน้าม้า (ปล่อยให้มันยาวดีกว่า เพราะเกะกะ ทิ่มตา ฟูด้วย)
แค่นี้ก่อนละกัน
ถ้ามีอะไรจะมาเพิ่มเติมทีหลัง
นึกถึงอดีต ก็จิ๊ดๆปนอ้างว้างเล็กๆ
แต่หัวใจฉันแข็งแรงพอ มัน"ต้อง"แข็งแรงพอสิ
รอคอยการเริ่มต้นใหม่ เมื่อไหร่จะมาถึง...
โลกภายนอกช่างน่ากลัวT^T
2月18日 ความรักไม่ได้อยู่ไกลตัวเรา คนในโลกสีเทาก็รักเป็นมันไม่ใช่ความลุ่มหลง
หรือกิเลสต้องการครอบครอง
มันเป็นความบริสุทธิ์ใจ
ความปรารถนาดีที่มีให้กัน
ไม่ใช่ความตื่นเต้น ที่ทำเลือดสูบฉีด
ไม่ทำร้ายใจให้เจ็บปวด
แต่กลับทำให้เป็นสุข
ทำให้ยิ้มให้กันได้
ทำให้เกิดความอบอุ่น
ยามซุกในอ้อมกอด
และยามโอบไหล่ปลอบใจ
ทำให้หัวใจผ่อนคลาย
เหมือนเจอที่พักพิง
ไม่ใช่ความเลอเลิศที่เอื้อมไม่ถึง
แต่อยู่รอบกาย
และวนเวียนในหัวใจ
อย่างนี้เรียกว่ารักใช่ไหม...
...ถ้าใช่ ฉันก็คงรักเป็น
รักแม่ รักพ่อ รักพี่ รักอา รักพี่เลี้ยง รักเฮียpidd รักเฮียmike รักเจ๊แพน รักอากิ๋ม รักอากู๋ รักเฮียดำ เฮียหมู เฮียเล็ก เฮียตง เฮียโน๊ต เฮียเอก เจ๊จิ๋ว เจ๊กวาง เจ๊ดาว แก้ม ก้อย บุ๋น บุ๊ค เกม เนม พิม แน๊ท พี่ภา พี่นุ้ย เจ๊โหนก อาอี๊ อังเคิลหลุยส์ เฮียโจเซฟ เฮียแอรอน เอมิลี่ และวงศาคณาญาติทุกท่าน
รักแพร รักจุ่น รักฝน(เบญญา) รักฝน(นัดนัน) รักจิ๋ว รักภาคิน รักบุ้งกี๋ รักนันดา รักยานิด รักเตย รักเจ๊นัน รักนิปุณ รักหมอ รักบุ๋น รักปุ๊บปั๊บ รักปั้น รักแร็ค รักก๊องแก๊ง รักตุ่ม รักวิน รักจุ รักปันปัน รักเจ็ง รักอุ๋ย รักมายด์ รักพิม รักนีนี รักพี่มิ้น รักพี่นน รักพี่มิ้ม รัก(โอ)เคยูเอสสามสิบสามทุกคน บวกลบหนึ่งปี (32.5-33.5) ที่พิมพ์ชื่อไม่ไหว ขอโทษด้วย
รักอาจารย์แห่งโรงเรียนสาธิตเกษตรทุกท่าน รักมิสเตอร์เคน รักครูแดงแห่งโรงเรียนอนุบาลอาภากร รักคุณยายอาจารย์ใหญ่โรงเรียนอาภากร รักพี่ป๊อบ พี่นัท อาจารย์นิพนธ์ และ ทุกๆท่านที่ให้ความรู้ ได้สอน หรือทำให้จิณห์นิภาเก่งได้ในวันนี้
รักพี่ก้อน รักพี่อิ๊ก รักพี่ป่าน รักพี่ศัน รักน้าแจง รักMR.green รักพี่รตา และทุกๆคนที่แวะเวียนมาเสปซนี้ ถึงจะเม้นหรือไม่เม้นก็ตาม
รักโป รักบุ๊ง รักพี่เบิร์ด รักพี่อ้วน รักพี่ป๋วย รักพี่คีน รักพี่นก รักพี่ๆเพื่อนๆแห่งfood sci camp
รักน้องบี น้องหยก น้องเอญ่า น้องพีช และรุ่นน้องที่น่ารักทุกๆคน
รักพี่บิ๊ก พี่วิน พี่กิ พี่เคท และรุ่นพี่ที่น่ารักทุกๆคน
รักน้องๆที่น่าสงสารแห่งบ้านปากเกร็ด
รักrockey bambi robo milk k.thong k.pun n.jar และสัตว์เลี้ยงทั้งหลายของฉัน
รักพี่อาร์ต พี่อ้อม พี่เอี่ยว พี่เอี๋ยว พี่มิก ออฟ เอ๋ย พี่โจ้ พี่บูม พี่นที พี่แนท โบ อาสมัคร อาวิเชียร อิอี๊ด น้ามิ่ง พี่สร้อย พี่ส้ม น้องน้ำหวาน อาอุ้ม uncle Bob น้าlinn เจ้าIchy เจ้าฮันนี่ และเพื่อนบ้านที่น่ารักทุกๆคน
รักโดราเอม่อน ความฝัน จินตนาการของฉัน
รักคนเขียนหนังสือทุกๆคน ที่เขียนให้จิณห์นิภาได้อ่าน
รักโรงเรียน
รักบ้าน
รักประเทศไทย
รักเพื่อนร่วมโลกทุกๆคน
รักโลก ทั้งสีน้ำเงินและสีเทา
รักตัวฉันเอง
*แต่ฉันไม่รักคนที่ไม่รักตัวเอง
ดูช็อกโกแลตแล้ว นางเอกน่ารักม๊ากมาก >///<
ชอบผู้หญิงตาแป๋วหน้าใส กับผู้ชายใส่แว่น
555 ก็แค่ชอบมอง ยังไม่ได้เบี่ยงเบน(มั้ง) 2月17日 Cheesefly2月16日 ผืนผ้าที่ถูกวาดผืนผ้า...
บันทึกลวดลายอันงดงาม ยามใครไต่ถาม พร้อมตอบด้วยความภูมิใจ "ครู" ผู้สั่งสอนบรรรจงวาด จากผ้าขาวสะอาดใส ให้วิลาศ...เลอเลิศวิไล ขจรไกลขจายกลับแก่สังคม ทอถักสายเรียงร้อยรงคชาติ สะบัดวาดพู่กันเกลี่ยผสม คุณธรรม..คุณค่า..ที่น่าชม ระรื่นรมย์ผู้พินิจวิจิตรตา ผ้าอาจเผลอ..เปรอะ..สกปรก แต่มลทินไม่อาจซึมสู่ผ้า กระจ่าง จางคราบ มายา ด้วย..วาจา..เตือนใจ ผ้าบาง..ถูกวาง..ท่ามกลางโลกกว้าง อ้างว้าง..จะไปทางไหน ย้อนมอง..มีที่..ให้กลับไป ซ่อมใจ..ชุนผ้า..ให้แข็งแรง ผ้าจะไปเป็นอะไรยังไม่รู้ เป็นชุดหรูหรือผ้าห่มก็เป็นได้ คนวาดผ้าย่อมได้รู้ความเป็นไป ว่าที่เคยใช้ใจวาดนั้น..งดงาม ขอบคุณ "ครู"ทุกท่าน มากๆค่ะ
ใจหาย...แต่ก็ยังหายใจ
ไม่ร้องไห้...ชีวิตดำเนินไป
สักวันเราก็ได้เจอกันอีก...จริงๆนะ 2月14日 เวลา...กาลเอ๋ยกาลเวลา
เจ้าจะรีบจากลาไปถึงไหน บัดนี้เจ้าทิ้งข้าไปแสนไกล ปล่อยข้าไว้จ่อมจมอดีตกาล ว่ายเวียนวนดุจปลาในอ่างบัว ที่มืดมัวในอดีตอันแสนหวาน อยู่ติดตรึงในโลกแห่งวันวาน ไม่อาจผ่านพ้นเพื่อปัจจุบัน พรุ่งนี้หนอ...พรุ่งนี้...พรุ่งนี้แน่ ปัจจุบันจะกลายแก้เป็นเพียงฝัน นับจากนั้นทุกนาทีทุกคืนวัน ต้องตื่นกันเพื่ออนาคตเอย วันนี้วาเลนไทน์ แต่ยังไม่อัพเรื่องวาเลนไทน์ ไว้ดูความว่างตอนเย็นก่อน
ยังไงก็...happy valentine's day ทุกคนนะคะ^^
*edit
กลับมาอัพละ
สัมภาษณ์ ครึ่งชั่วโมง โดนอาจารย์3คนรุม -*- ซ็อนท้ายมอไซอ.ชัชไปตอนสอบเสร็จ ไปๆมาๆมีท่องกลอนให้เค้าฟังด้วย ไอ้กลอนบล็อกที่แล้วนั่นแหละ เหอะๆ ถ้าถามว่าทำไม ก็คือ เค้าถามว่า ถ้ามีพอร์ต จะมีอะไรบ้าง เราก็ตอบๆไป แล้วส่วนใหญ่ก็พวกชนะคำประพันธ์ไง เค้าเลยถามว่าจำกลอนไหนได้มั่ง ก็จำได้อยู่อันเดียวนั่แหละ เพิ่งแต่ง - - แล้วก็มีแอบกดดันชั้นนิดหน่อย ชิชะ ไปๆมาๆ บ่นให้เค้าฟังเรื่องต้มถั่วไม่สุก ,อยากทำเค้กแต่วันนี้สอบ, จมูกข้าว การเหม็นหืน มะเร็ง แล้วก็แอบการเมืองด้วย - -
จบเรื่องสัมภาษณ์ ยาว แต่ขี้เกียจเล่าแล้ว
ต่อไป เมื่อวาน นั่งอยู่บาร์ใหม่ มีพี่นิสิตเดินมาทัก ถามว่าอยู่ชั้นไร ชื่ออะไร อยากรู้จัก
จุ่นบอกว่า ถ้าจออะไรแบบนี้อีก ให้ตอบว่า ไม่ดีมั้งคะ เพราะพี่เป็นผู้ชาย เออดี จะจำไว้ใช้ 55
วาเลนไทน์ ไม่ได้ดอกไม้ ซึ่งก็ดีแล้ว เสียดายตังแทน ดอกไม้ราคาอัพอย่างน้อยสามเท่า -*-
แต่กินช็อกโกแลตไปเยอะมากกกกกกกกกกกกกก สุดๆแล้ว ยิ่งกว่าเดือนที่แล้วทั้งเดือนรวมกัน
ต่อไปอีกเรื่อง
ก็ได้เวลาบ๊ายบายห้องเรียนแล้ว แต่ก็เฉยๆ...เฉยกว่าที่คิด -*- ไม่รู้ทำไม
รอดูว่าพรุ่งนี้ตัวเองจะร้องไห้มั้ย
สุดท้ายแล้ว
ตระหนักว่า คุณมีอิทธิพลกับความรู้สึกของฉันน้อยกว่าที่ฉันเคยคิด
จบ...ดีกว่า
2月9日 กลอนครั้งสุดท้ายสำหรับ"สาธิตเกษตร"จิณห์นิภาแต่งกลอน
แต่งภาพ ทำการ์ด จัดองค์ประกอบ โดย เพชร (Adamas)
เป็นการ์ดที่เอาไว้แจกพวกบุคลากร อาจารย์น่ะ อาจารย์สุรเดชบอกให้ทำ
บล็อกครั้งสุดท้ายในฐานะนักเรียนด้วยมั้ง คงไม่อัพจนกว่าสอบเสร็จ
...ว้าวุ่น...
กับปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ แต่เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน
พฤ ที่14 จะไปสัมภาษณ์คหกรรม ตอนบ่ายสอง (เยี่ยมเล้ยย สอบเสร็จบ่ายครึ่ง ออกไปสัมภาษณ์ แล้วกลับมาทำกิจกรรมต่อ- -)
งงว่าทำไมเค้าเอาอันดับสามมาให้สัมภาษณ์ก่อน
สงสัยเค้าอยากเห็นนังเด็ก 3.85 ที่สมัครคหกรรม -*-
รอฟู๊ดซายน์ต่อไป~ 2月5日 ศโณวไวรทย์นานมาแล้ว มีเมืองๆหนึ่งชื่อ ศานต์นคร เป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่มีความสุข ปกครองด้วยพระเจ้าศานธิบดี และพระนางมาธาวารี
เวลาผ่านไป ทั้งคู่ได้ให้กำเนิดธิดาองค์น้ององค์หนึ่ง ซึ่งงดงามไม่มีผู้ใดเทียม เกศาดำขลับราวกับถ่าน และสลวยงามดุจเส้นไหม ตากลมโตหยาดเยิ้มดุจน้ำผึ้ง ริมฝีปากอวบงามราวกับกระจับ รูปร่างราวเทวาอารักษ์มาวาดแต่งอย่างวิจิตรบรรจง และ ผิวกายกันขาวผ่องดุจ (ถ้าหยวกกล้วย ก็เป็นเจ้าหญิงหยวกกล้วย ถ้าไข่ปอก ไม่เป็นเจ้าหญิงไข่ต้มเรอะ!)ก้อนเมฆปุยละเอียดบนท้องฟ้าสีคราม เธอจึงได้นามตามลักษณอันวิลาลักษณ์ว่า เจ้าหญิงเมฆาวาริณิโสภิตวิลาสินาภา หรือที่ใครต่อใครตั้งสมญาว่า เจ้าหญิงเมฆขาว น่าเสียดาย...พระนางเมธาวารี ประชวรและสิ้นไปขณะพระธิดาอายุยังไม่เต็มขวบปี สองสามปีนับจากนั้น พระเจ้าพรุงศานต์ก็พบหญิงชาวบ้านผู้งดงามไม่แพ้ธิดาของพระองค์ นางชื่อว่า มายา ทั้งสองพบกันขณะพระราชากลับจากล่าสัตว์ตามราชประเพณี แน่นอน...(ตามฉบับหนังไทย) นางมายาได้มาเป็นสนม เลื่อนเป็นมเหสี มเหสีเอก และราชินีองค์ใหม่ในที่สุด นามว่า พระนางมายารานี โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า นางมายาเป็นนางแม่มดที่รู้ไสยเวทมนดำ ของขลังและอาภรรพ์ต่างๆ และนางก็ทำเสน่ห์ด้วยรากราคะจนพระเจ้ากรุงศานต์ลุ่มหลง ไม่เป็นอันปกครองบ้านเมือง หากแต่ขลุกอยู่กับนาง จนลืมสิ้นแม้พระธิดาผู้งดงาม หลังจากพระมารดาสิ้น เจ้าหญิงก็อยู่อย่างเดียวดาย พระบิดาก็ไม่ใยดี แต่(ด้วยความเป็นนางเอก) เจ้าหญิงก็เติบโตขึ้นมาอย่างเพียบพร้อมสง่างาม เป็นกุลสตรี ใครพบเห็นก็นิยมรักใคร่...อาจจะเว้นพระบิดา "เสด็จพ่อเพคะ"
"อะไรเจ้า ข้ากำลังยุ่ง ไม่เห็นรึไง" "ลูกร้อยมาลัยเทเวศมาถวายเพคะ" มาลัยเทเวศ เป็นมาลัยขึ้นสูงที่ต้องใช้ความบรรจงปราณีตอย่างสูงสุด ประกอบด้วยดอกมะลิ และดอกไม้หอมนานาพรรณ ผู้ร้อยต้องมีจิตใจแน่วแน่ ใช้ร้อยให้กับคนหรือสิ่งอันเคารพยิ่ง "อะไรเนี่ย ไร้สาระ! เห็นข้าเป็นเทวรูปรึ" พระราชาไม่รับ และตรงเข้าไปยังห้องพระนางมายา โดยไม่เหลียวแลองค์หญิงน้อยแม้สักนิด องค์หญิงนำมาลัยไปถวายเทวรูปประจำพระองค์ ซึ่งพระมารดาประทานให้ก่อนสิ้น
พระองค์หญิงจึงได้รับคำอำนวยพรจากเทพ ให้พระองค์เป็นผู้มีเสน่ห์ด้านการขับร้อง มากกว่าผู้ใด วันเวลาผ่านไปราวใบไม้ปลิดปลิว องค์หญิงน้อยๆเติบโตเป็นเจ้าหญิงที่แสนงดงาม พระเจ้ากรุงศานต์เริ่มประชวรด้วยคุณไสย จนแม้แต่เสด็จเข้าทำบุญที่วัดก็ยังมิได้ และในที่สุดก็จากไป
เจ้าหญิงเสียพระทัยมาก ร่ำไห้เจ็ดวันเจ็ดคืน แต่พระนางมายาไม่หลั่งน้ำตาแม้สักหยด และจัดงานศพอย่างฟุ่มเฟือยใหญ่โต หมดเงินท้องพระคลังที่น่าจะช่วยเหลือประชาชนผู้อนาถาไปอย่างมากมาย โดยไม่ใส่ใจคำค้านของเจ้าหญิง ผู้รักประชาชน ยังไม่ทันเผา ก็เกิดเรื่องราว ด้วยพระนางไม่ยอมพ่ายแพ้ในเรื่องใดๆต่อผู้ใด โดยเฉพาะความงาม มีการริบเครื่องสำอางทั้งหมด แม้แต่แป้งขมิ้นอย่างเลวที่สุด จากประชาชน เพื่อมิให้ผู้ใดมีโอกาสแต่งหน้าขัดตัวให้งดงามเทียมพระองค์
เมื่อมั่นใจแสนมั่นใจ พระนางก็เริ่มทำพิธีกรรม "อับดุลเอย.."
"เอย" "ถามอะไรตอบได้ " "ได้" "หญิงรู้จัก?" "รู้จัก" "ชายรู้จัก?" "รู้จัก" "เด็กรู้จัก?" "รู้จัก" "ผู้ใหญ่รู้จัก?" "รู้จัก" "ใครคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในนครนี้" "พระนางมายา" นางยิ้มอย่างพึงใจ "ใครมั่งคั่งที่สุดในดินแดนนี้" "พระนางมายา" นางยิ้มอย่างพอใจมากขึ้นอีก "แล้วใครงดงามเลิศที่สุดในแผ่นดินนี้ ว่าไง อับดุล?" "พระนางมายางดงามเลิศ (นางยิ้มกว้าง) มีเพียงผู้เดียวที่เลิศวิไลกว่า(นางหุบยิ้มทันที)..." "มันเป็นใคร" นางตะคอกคำราม "ผู้นั้นคือ เจ้าหญิงเมฆขาว งดงามที่สุดในผืนปฐพี.." พระนางมายากรีดร้อง และวางเล่ห์ร้าย โดยทำเสน่ห์ใส่โหรประจำราชสำนัก ให้ทำนายว่า พระเจ้ากรุงศานต์สิ้นเพราะเจ้าหญิงเมฆขาวเป็นกาลีบ้านกาลีเมือง และหากยังอยู่ต่อไป ก็จะทำบ้านเมืองสิ้นด้วย ต้องเนรเทศไปอยู่ป่าอย่างไร้ผู้ติดตาม เพื่อชำระกาลี (นางเอกหนังไทยไม่ต่อล้อต่อเถียง) เจ้าหญิงรอนแรมในป่าเพียงลำพัง แต่ด้วยบุญญาธิการ ทำให้ไม่มีสัตว์ร้ายใดมาแผ้วพาน ทั้งยังด้วยพรวิเศษของเทวดา ทำให้ยามนางขับขานเพลง สัตว์น้อยใหญ่จะเข้ามาสวามิภักดิ์ เช่นช้างรุ่นตัวหนึ่งที่เจ้าหญิงกำลังทรงอยู่ เพื่อเก็บผลไม้ มะม่วง มะเฟือง มาเสวยอย่างสำราญ (บางที พระองค์อาจเห็นว่าป่าสงบสุขกว่าปราสาทราชวัง) ค่ำนั้น พระองค์นิทราบนคาคบไม้ กอดลูกวานรน้อย ที่มาซุกอกพระองค์อย่างอบอุ่น รุ่งเช้า หลังจากเสวยกล้วยป่า พระองค์ก็เดินทางต่อ ด้วยช้างตัวเดิม ช้างตัวนั้น นำทางพระองค์มายังกระท่อมเล็กๆแห่งหนึ่ง ใจกลางป่า กระท่อมนั้นเป็นสถานที่อาศัยของกุมารทองเจ็ดตัว ซึ่งจะปรากฏตัวแต่เพียงค่ำคืน ดังนั้น เจ้าหญิงเข้าไปในตอนกลางวัน จึงเห็นเป็นบ้านร้าง ซึ่งพระองค์ก็ปัดกวาดจนพออยู่ได้ ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง และงีบไปยามเย็นอย่างอ่อนเพลีย คืนนั้น พระองค์ฝันว่า ได้วิ่งเล่นกับเด็กๆเจ็ดคน "พี่สาวๆ" "จ๊ะ" "พี่สาวมาทำอะไรที่นี่" "พี่ถูกเนรเทศมา เห็นที่นี่ไม่มีคน พี่เลยมาอาศัยน่ะจ้ะ" "ที่นี่มีเจ้าของนะ" "ใครจ๊ะ?" "พวกหนูไง" "อ๊ะๆ แต่พี่อาศัยได้นะ พวกเราชอบพี่ พวกหนูไม่ว่าหรอก " "ขอบใจนะจ๊ะ" "แต่มีข้อแม้น้าาา" "อะไรเอ่ย?" "พี่สาวต้องหาขนม ผลไม้ อาหาร มาวางไว้ที่ศาลตรงข้างบ้านนั้นน่ะ วันละเจ็ดชิ้น" "ทำไมจ๊ะ" "เพราะพวกหนูหิว ไม่มีใครเอาอะไรมาเซ่นนานแล้ว พี่ช่วยหน่อยก็แล้วกัน แล้วพี่จะอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ รับรองที่นี่ไม่มีอันตราย!" และฝันคืนนั้นก็จบลง
เจ้าหญิงตื่นบรรทม ก็พบว่า รอบๆตัวมีรอยเท้าเด็กๆวิ่งเล่น แต่ไม่พบเด็กซักคน เจ้าหญิงกลัวมั้ย? ไม่หรอก มีอะไรน่ากลัวกว่าถูกเนรเทศมาป่าคนเดียวบ้างล่ะ เจ้าหญิงก็จัดการของเซ่นไหว้ตามที่กุมารทองทั้งเจ็ดขอ และอยู่อย่างเป็นสุขและพอเพียง มีเจ้าชายมาช่วยดีมั้ยเนี่ย?
เริ่มที่แผลถลอกเลือดออกหนึ่งแผล ตามด้วยล้มที่ไอซ์เสก็ตอีกสามฟกช้ำ แล้วก็หั่นแอปเปิลอีกหนึ่งรอยมีดบาด แล้ววันนี้ก็น้ำร้อนลวกมือขวาทั้งมือ พรุ่งนี้จะอะไรอีก!!
กลุ้มใจไร้ที่ปรึกษา...แต่ช่างมันเถอะ -*-
เวลาซวย ซวยทั้งกายทั้งใจและพร้อมกันหนักๆจริงๆแฮะ เวลาสุขก็สบายซะเหลือเกิน
โลกหนอโลก... 2月3日 Just a piece of poemI think it's too fast for me to love
My heart still holds the tag "no disturb"
But one day...when I let my heart be free
I think you are the first one who'll be with me
Not only too young, but too early
not prepared yet, for word "sadly"
Although I may be happy and fine
But who knows? I might cry
Please wait...Just for a few moments
Before whole time together, we spend
Please come to think carefully
Do you think you are ready?
Is that enough for the word "like"?
Truly to say not love at first sight
But when I know you more
I "like" you much more than before
Not very hard to explain feeling
Only say it just like something
So, my feeling to you
Like to eat a chocolate when sad and blue
To say how much you mean to me
I don't think word "need" will be
for your being nice
Only as much as a bird means to the sky
The sky is always sad and "blue"
A little bird makes sky shining and bright
When I sad, bored or nothing to do
You always make me feel nice
~For this moment I think NO ONE knows
Who are "you" that the poem shows
Near future...I think
When the sun shines and birds sing...
When my heart and all my life are ready
On the day that my heart be free
"you" will appear
everything will be clear
อย่างแต่งโคลงกลอนภาษาไทย
ที่ใช้แบบโพเอ็มอังกฤษ
มันจะยากหรือจะง่าย
ก็คงต้องลองเขียนลองคิด
~ชอบโพเอ็มอันนี้นะ นานๆจะแต่งโพเอ็มได้ ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจดีๆ เพราะปกติ...ห่วยอังกฤษ 555+
ความรู้สึกประมาณนี้ก็น่ารักดี สบายๆ
ปล. ถ้าจะมาว่าไวยากรณ์ หลังไมค์นะเฟ้ย อายเค้า
*แปะรูปหน้าม้าแบบหวีใหม่ๆไว้ให้ดู อัพบล็อกครั้งหน้า ไม่ก็ครั้งต่อไป จะมาเอาออก<<เอาออกแล้วนะ
|
|
|