Jinnipar's profileजिंनिपर चोचम्नंPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
December 24 4-5-6-4-
ท่ามกลางเมืองใหญ่
สับสนวุ่นวาย
ผู้คนมากมาย
...ฉันเหนื่อยเหลือเกิน...
ฉันอยากจะไป
ให้ไกลแสนไกล
อยู่กลางแมกไม้
สายธารฉ่ำหวาน
วามแสงหิ่งห้อย
นกน้อยขับขาน
จิ้งหรีดตัวจิ๋ว
สำราญบรรเลง
-5-
อาจจะเป็นเกาะร้าง ทะเลกว้างห่างไกล
เงียบสงบจับใจ
คลื่นสาดซัดผืนทราย มะพร้าวโอนอ่อนใบ
โบกระยับไสว
ประกายน้ำดุจเพชร ทรายดั่งเกล็ดมณี
ลมอุ่นโอบตัวตน
-6-
แต่ฉันยังอยู่ที่นี่ อุดอู้อึดอัดหดหู่
เพราะที่นี่ยังมีเธอ
เวลารถติดมีค่า เพราะเป็นเวลาที่เรา
ได้นั่งคุยปรับทุกข์กัน
ท่ามกลางกองงานมากมาย โลกนี้ไม่น่าเบื่อหน่าย
กำลังใจมาจากเธอ
เมื่อเบื่อเมื่อซึมเมื่อทุกข์ เธอนั่งฟังฉันระบาย
กอดปลอบประโลมจิตใจ
ท้อแท้สิ้นหวังงมงาย เธอเล่านิทานซ่อมใจ
จนเราหลับไปด้วยกัน
หนึ่งกอดของเธอทำให้ มีสุขมากกว่าที่ใด
ในจักรวาลแห่งนี้
ได้ข่าวว่าพรุ่งนี้สอบมิดเทอม ยังมานั่งอัพเนอะคนเรา -*-
แง เหงา คิดถึงแม่ อีกสองวันแน่ะกว่าจะกลับ T^T December 15 left and rightDecember 06 อัคนีคีตา ใต้แผ่นผืนผ้าดำที่คลุมโลก ใต้ความโศกความโดดเดี่ยวที่หรรษา
ใต้ความเงียบที่กึกก้องเจรจา ใต้เวลาพักผ่อนที่โหดร้าย
ใต้ความหนาวเย็นเยือกเลือกจะหลบ เอื้อมมือจุดเพลิงคบเริ่มลุกไหม้
เป็นจุดขาวกลางความดำที่ห่อไว้ สว่างไสวโชติช่วงวิจิตรบรรจง
จุดเล็กเล็กน้อยนิดในโลกกว้าง จุดแนวทางให้เดินไม่บอดหลง
จุดความอุ่นไล่ความหนาวละลายลง จุดแผดเผาความพะวงให้สิ้นซาก
เตโชชาติระยับระริกรี้ เปลวอัคคีอวดสีละลานหลาก
ระเริงรื่นยามลมโชยกระชาก ดุจจะพรากพลัดเพลิงอันตรธาน
ไฟคบน้อยบ่ย่อวาตภัย กลับยิ่งใหญ่ขยายย้ำอย่างห้าวหาญ
เย้ยนภาท้าปฐพีกาล เยาะวิญญาณวาโยผู้ปราชัย
ปลายไม้ขีดจุดคบให้ลุกได้ คบขี้ไต้ก่อกองไฟให้สุกใส
เริ่มนิทาน"อัคนีคีตา"รอบกองไฟ สอนจิตใจมนุษย์ ณ บัดนี้
ดูกรเอยคนบาปแสนรกโลก กิเลสโซกโซมทับมิหน่ายหนี
ความโลภครองคลุมครอบรอบพันลี้ แลบีฑาอาฆาตจองเวรา
ใจร่ำร้อนโลกธรรมนำฉิบหาย แตะอบายต้องติดด้วยตัณหา
อำมหิตใจบาปทั้งหยาบช้า เวียนว่ายในสังสาร์อันมืดมน
รับกองไฟสว่างไสวให้จิตเถิด แสนประเสริฐเลิศล้ำวิเศษผล
จงนำเปลวแห่งธรรมนำจิตตน เผากมลกิเลสไหม้มลาย
เปิดแนวทางสุขสงบให้สว่าง ลบมล้างความชั่วให้สูญหาย
เหลือเพียงความพิสุทธิ์ทั้งใจกาย ความเลวร้ายมิให้กรายใกล้เข้ามา
จงกล้าหาญฝ่าฟันอุปสรรค บ่ผ่อนพักจนยิ่งใหญ่ในภายหน้า
แลเผยแพร่ทั่วถิ่นด้วยธรรมา อย่าลังเลหวงห่วงหาบ่ให้ใคร
บุญญาธรรมนำแผ่ใช่จักดับ หากแต่กลับแบ่งปันสว่างไสว
เปรียบคบเพลิงจุดรายทุกกองไฟ สุกสกาวสดใสทั้งแผ่นดิน
..........................................................................................
...เปรียะ...เปรียะ..ก้องความเงียบกรายกระทบ เพลิงสงบ"ดับแล้ว"มอดหมดสิ้น
หมดกิเลสหมดความชั่วหมดมลทิน จบนิทานราตรี"อัคนีคีตา"
-*- อ่านก็รู้ แรงบันดาลใจมาจาก วารีดุริยางค์ แต่งานออกมาไม่อาจเทียบ (ฮา)
แรกๆก็แต่งได้อารมณ์นะ แล้วก็หยุดแต่งไปอาบน้ำ กลับมาแต่งอีกทีตอนเย็น รู้สึกได้เลยว่าอารมณ์เปลี่ยนไป เลยออกมาได้แค่นี้
วันหลังจำไว้ๆ จะแต่งอะไร แต่งให้จบในคราวเดียว มาทำทีหลังอารมณ์มันไม่เท่าเก่า
แถมยังแต่งจากข้างล่างขึ้นข้างบนอีก - -"
...จะมีใครสักกี่คน ที่ดำเนินมาถึงบทจบของนิทานอัคนีคีตาได้... December 04 กลอนวันพ่อครั้งสุดท้าย
“เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษา”
องค์สมเด็จภูมิพลอดุลยเดช สิบข้อธรรม ธ ทรงดำเนินตาม เก้าแห่งความสง่างามวงศ์จักรี แปดสิบปีพระองค์ทรงเหนือเกศ เจ็ดสิบหกเขตจังหวัดล้วนสุขศรี หกสิบล้านชาวไทยกินอยู่ดี ห้าธันวาครานี้รวมใจไทย สี่ทิศาเป็นหนึ่งได้ด้วยพระองค์ สามสีธงไตรรงค์ปลิวไสว สองมือข้าฯกราบแทบบาทองค์ทรงชัย หนึ่งดวงใจถวายไท้ทั้งวิญญาณ์ ศูนย์รวมจิตหลอมใจไทยทั้งชาติ พ่อเป็นปราชญ์เลิศล้ำหลากสาขา แห่งใดหนอจักมีกษัตริย์นักพัฒนา แผ่นดินที่ปรีชาเทียบเทียมไทย
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวจิณห์นิภา เชาวน์ชำนาญ ม.๖/๗
มอหกแล้วนี่ ก็ครั้งสุดท้ายละที่ได้แต่ง ได้มาแค่รางวัลชมเชย เอาเถอะ แต่งตามอารมณ์นี่นา
จริงๆมีอีกฉบับนึง แต่มันยาวหกบท ส่งไม่ได้ เลยต้องมานั่งแต่งสองบทใหม่
อันนี้ของเก่า จบว่า หนึ่งดวงใจข้าถวายแด่พระองค์
พ่อ ให้ลูกพอเพียงรู้ประหยัด December 03 ป่วย เพ้อ โวยวาย ปั่นป่วนป่วยเป็นไปอยู่เช่นนี้
มุ่งหมายแม่นมากเมื่อข้าหายดี ของควรค่าเคยคอยที่รอมา ลิ้นลิ้มลองละลานอาหารชื่น ระเริงรื่นรสรำลึกที่นึกหา แสนสับส่ายสิ้นสุขทุกข์นำพา ฤทธิ์โรคร้ายร้ำร้องไม่ยอมหาย (กลบทเบญจวรรณห้าสี)
อ๊ากกกก คลั่งงง อยากกินไอศกรีม เฟรยช์ฟรายด์ ข้าวตังหมูหยอง ขนมขาไก่ หมูทอดกระเทียม ไก่ทอดน้ำปลา นมช็อกโกแลต และอื่นๆอีกมากมายยย
วางอยู่ข้างหน้าแท้ๆ แต่กินไม่ได้
เมื่อไหร่จะหายป่วยซักที..ที...ที...ที
|
|
|