Jinnipar's profileजिंनिपर चोचम्नंPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 29

    สู้...ต้องสู้....(อีกแล้ว)

    การดำเนินชีวิตเหมือนมองฟ้า
    มองหมายตาดาราแจ่มกระจ่าง
    คนใดหนอจะคว้าดาวอันพราวพร่าง
    ผิดพลาดพลั้งตกลงมาเจ็บปวดใจ
    นับจากหนึ่งขึ้นให้ไปถึงร้อย
    เป็นผู้น้อยอดทนจนเป็นใหญ่
    สิ่งหนึ่งทีจำเป็นกว่าสิ่งใด
    ที่ต้องจำทำให้ได้คืออดทน
    เจ็บเท่าไรเก็บไว้ให้มิดชิด
    ปวดเท่าไรอย่าไปคิดจะถอยร่น
    ยิ่งเจ็บปวดประสบการณ์ยิ่งท่วมท้น
    นักสู้คนสู้เพื่อผลระยะยาว
     
     
     
    แน่ะๆ ลากงี้คิดว่ามีไรอะดี๊!!! ไม่มี 5555+
     
     
     

    นั่งแต่งแบบสิ้นคิดอยู่เกือบ15นาที -*- เหอะๆ เป็นกลอนสอนคน
    November 26

    สู้ ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ก็ไม่รอด

    เหอะๆ ควันหลงงานประจำปี ไปทำให้ตัวเองปวดหัวเล่นแล้วเอามาเขียนเป็นบล็อกซะงั้น -  -"
     
    ทำไมต้องสู้ ??  ทำไมต้องรอด ??
     
         คนเราจะคิดเหตุผลว่าต้องสู้คือคำว่าต้องรอดแค่นั้นแล้วจบรึเปล่านะ เราคิดต่อไปด้วยรึเปล่าว่ารอดแล้วจะเป็นยังไงต่อ จะรอดในสภาพไหน รอดไปเพื่ออะไร หรือถ้าๆม่รอดจะเป็นยังไง จะเสียใจหรือเสียอะไรไปอย่างไรบ้าง หรืออาจจะเป็นผลดี??
     
    สู้?? สู้อย่างไร ??
     
         ต้องตั้งคำถามกับตัวเองซะก่อนว่า ปัญหาที่เราจะสู้นั้นเกิดจากอะไร จะได้สู้ได้อย่างถูกจุด ถ้าเปรียบกับการชกมวยก็เหมือนกับการชกไปที่จุดอ่อนของคู่ต่อสู่ ก็จะชนะคู่ต่อสู้ได้โดยง่าย แต่ถ้าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ก็เหมือนกับการชกมั่วๆ ถูกมั่งไม่ถูกมั่ง ถ้าโชคดีพอคู่ต่อสู้ก็ล้มไปได้เหมือนกัน แต่เสียเวลามากกว่าและบาดเจ็บมากกว่า แต่ก็ยังดีกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุซึ่งเหมือนกับชกสวนไปชนกับหมัดของคู่ต่อสู้ที่ชกมา ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บแล้ว แรงปะทะยังทำให้เราเจ็บเสียเองอีกด้วย นั่นก็คือไม่ได้ช่วยให้ปัญหานั้นหายไป แถมยังทำให้ปัญหานั้นยุ่งยากขึ้นด้วย
     
    ไม่สู้ก็ไม่รอด...จริงหรือ ??
     
         ไม่ค่อยเห็นด้วยกัลบเพลงซักเท่าไหร่เลยแฮะตรงนี้ เพราะเราคิดว่ามันมีบางปัญหา ที่เราควรเงียบไม่ใช่สู้ เพราะถ้าเรายิ่งสู้กับ ก็ยิ่งทะเลาะ ปัญหาบานปลาย เจ็บกันทั้งคู่นั้นแหละ ทำร้ายกันไปเปล่าๆ บางทีการยอมแพ้ ยอมรับผิด แค่คำขอโทษปัญหาก็จบแล้ว อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการสู้ก็ได้
     
    สู้...เพื่อรอด อย่างเดียวรึเปล่า ??
     
         อันนี่เราก็ว่าไม่ใช่ เราอาจสู้โดยไม่เกี่ยวข้องกับเราเลยก็ได้ด้วยซ้ำไป เราอาจสู้เพื่อคนอื่น เพื่อคนที่เรารัก หรือใครต่างๆที่ไม่ใช่เพื่อการรอดของตัวเอง ซึ่งเพียงแค่นั้น...เหตุผลที่เราต้องสู้ ไม่ใช่เพื่อรอด...แต่เพื่อรัก (เน่าแฮะ -*-)
     
         จบๆๆๆๆ จบตรงนี้ดีกว่า รู้สึกว่าเริ่มเน่าเริ่มเพ้อ ติดใครมาฟะ??  เอาเป็นว่าเพลงนี้ก็มีความหมายดีอ่ะนะ แค่เราไม่ชอบเสียงกลองมันเท่านั้นเอง -*-
     
    black light : ตกลง selfty belt มันทำงานยังไง??
    November 16

    อัศจรรย์

              
                                                                                              
                                                                                                                                  
            เธอ...ช่างอัศจรรย์                                         งาม...กว่าสิ่งใดๆ   
                                                                                               
             และลึกล้ำเกินบรรยาย                               เติมเต็มหัวใจให้ฉัน        
                                                                                                      
                                                                                             
                                                                                                
                            * และเธอไม่เคยห่าง... คอยส่องทางให้มองเห็น                   
                          ปลอบโยนให้เยือกเย็น... เป็นบทเพลงให้ผ่อนคลาย              
                                                                                          
                                         ** ให้วันนี้...ได้มีจุดหมาย                  
                                   ทุกข์ท้อเพียงใด ยินเสียงเธออยู่ทุกเวลา        
                                       อยู่ไกลสุดฟ้า...ถึงท้องทะเล          
                                           ยังชัดเจนอยู่ทุกเวลา          
                                                                     
                                                               
                                                          
                                                      
    November 13

    อิสรภาพ...แห่งหัวใจ

    ณ บ้านแสนสวยริมป่า อันเป็นที่อยู่ของนายพรานผู้หนึ่ง ซึ่งดักสัตว์เล็กๆน้อยๆเพื่อยังชีพในบริเวณนั้น
     
    วันหนึ่ง นายพรานดักจับลูกนกป่ามาได้สามตัว ลูกนกทั้งสามเบียดตัวเข้าหากันและกันด้วยความหวาดกลัวต่ออนาคตที่จะเกิดขึ้น
    ด้วยอากับกิริยาอันน่าเวทนานั้น ทำให้นายพรานรู้สึกใจอ่อนจนมิอยากพรากชีวิตเล็กๆนั้นไปเพื่อเป็นอาหาร
    และเจ้านกน้อยสามพี่น้องก็น่ารักน่าเอ็นดูจนนายพรานทำใจไม่ได้ที่จะขายมันเพื่อแลกเงินตราจำนวนเล็กน้อย
    เขาจึงตัดสินใจเลี้ยงมันไว้เอง โดยทำกรงง่ายๆจากไม้ระแนง กรงนั้นมีขนาดพอดีที่จะห้นกทั้งสามอยู่รวมกันได้อย่างไม่อึดอัดนัก
     
    ลูกนกตัวแรกมีสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ไม่มีรอยด่างดำใดๆปรากฏอยู่บนขนอันนุ่มละมุน
    ลูกนกตัวที่สองมีสีเทาขมุกขมัวราวกับควันบุหรี่
    ลูกนกตัวสุดท้ายมีสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดปลายหาง
     
    นายพรานรักลูกนกทั้งสามเท่าๆกันทุกตัว และเขาดูแลพวกมันอย่างดี
     
    วันเวลาผ่านไป ลูกนกทั้งสามได้เติบใหญ่ มีขนเป็นมันเงาอันเกิดจากความเอาใจใส่อย่างดี
     
    แต่แล้ววันหนึ่ง...นายพรานซึ่งเข้าป่าดังเช่นปกติ กลับหายสาบสูญเข้าไปในป่าโดยไม่กลับออกมาอีก
     
    ลูกนกทั้งสามถูกทิ้งไว้ลำพัง กรงที่คอยคุ้มกันภัยกลับกลายเป็นกำแพงกั้นอิสรภาพ
     
    โชคดีเป็นของนกน้อย เพราะมีนางฟ้าประจำป่าองค์หนึ่ง เดินเล่นเลาะริมป่ามาจนถึงบ้านน้อยริมป่าหลังนี้ เธอพบลูกนกที่น่าสงสารกำลังอ่อนระโหยโรงแรงอยู่ในกรงที่ปราศจากน้ำและอาหาร นางฟ้าใช้มืออันอ่อนนุ่มเปิดกรงเพื่อให้อิสรภาพแก่นกน้อยทั้งสาม และนางก็จากไป
     
    นกน้อยทั้งสามโบยบินไปในต่างทิศทาง
    เจ้านกสีขาวบินมุ่งขึ้นไปทางทิศเหนือ แวะหยุดพักผ่อนที่ต้นไม้ริมทะเลสาบที่แปรเป็นน้ำแข็งด้วยอากาศเย็นแห่งภาคเหนือ เจ้านกน้อยถลาบินเข้าไปในเมือง แต่ด้วยอากาศหนาวเย็นที่มันไม่คุ้นเคย มันจึงอ่อนล้า ขณะที่มันหนาวสั่นอยู่นั่นเอง มันได้พบหญิงชราใจดีที่ใช้สองมืออันอบอุ่นประคองมันไปสู่บ้านอันแสนอบอุ่นที่มีไฟในเตาผิงลุกโชน มีบางคืนอันเงียบเหงา ที่มันระลึกถึงบ้านน้อยริมป่าที่มันจากมา
     
    เจ้านกสีเทาบินลงไปทางทิศใต้อันอุดมสมบูรณ์ด้วยผลไม้นานาชนิด อิสรภาพทำให้มันได้ลิ้มลองผลไม้รสหวานหอมมากมาย และมันมีความสุขมากมาย ยามค่ำคืนงีบหลับตามคาคบไม้ ยามอากาศสดใสก็ท่องเที่ยวทุกแห่งหน ยามฟ้ามืดมนมันก็หลบภัยใต้ไม้ใหญ่
     
    แต่เจ้านกสีดำสนิทนั้น...มันไม่ได้จากบ้านริมป่าไปไหน มันกลัวที่จะต้องเริ่มต้นใหม่ในดินแดนที่มันไม่คุ้นเคย ทุกวันทุกคืนมันจะวนเวียนอยู่บริเวณรอบๆบ้านนั้น ยามหวาดกลัวมันก็เข้าไปซุกในกรงที่เปิดอ้า และสุดท้ายมันก็สิ้นชีวิตไปอย่างหิวโหยและเดียวดาย ที่บ้านร้างแห่งนั้นเอง...
     
     

    หัวใจของเราก็เช่นกัน...แม้อาจมีเกราะกำบังเข้มแข็งเพียงไร แต่หากขาดน้ำและอาหาร นั่นคือ ความรัก หัวใจย่อมอ่อนแอลง

    และยามที่หัวใจเปิดออกสู่อิสรภาพ เมื่อชิ้นส่วนสำคัญในหัวใจนั้นหายไปอย่างไม่มีทางหวนกลับ เราก็มีทางเลือกมากมาย

    เราจะเลือกทิ้งอดีตอันเจ็บปวด โบยบินไปหาแหล่งพักพิงใหม่อันแสนอบอุ่น และคิดถึงอดีตเป็นครั้งคราว

    หรือทิ้งเกราะกำบังทั้งหมดไป เริ่มต้นกับสิ่งใหม่อย่างอิสระโดยไม่สนใจอดีต และใช้เวลาเยียวยาช่องว่างที่ขาดหาย จนกว่าซักวันมันจะเต็ม

    หรืออาจจะเป็นทางเลือกนี้...เฝ้าคร่ำครวญถึงหัวใจอันขาดหาย ไม่สนใจส่วนของหัวใจที่เหลืออยู่ จนหัวใจส่วนที่เหลือตายอย่างช้าๆจนหมดสิ้นทั้งดวง...

     

    บล็อกนี้อุทิศแด่...ปลาคาร์ฟ หุหุ

     

    November 12

    ดีหรือไม่ดี.....ยากที่จะบอก !!

    นานมาแล้ว มีพระราชาองค์หนึ่ง

    พระราชาองค์นี้ มีคนสนิทคนหนึ่งที่พระองค์สนิทมาก
    และมักจะพาไปไหนมาไหนด้วยเสมอในทุกๆที่

    แล้ววันหนึ่ง พระราชาก็ถูกหมาตัวหนึ่งกัดนิ้ว แผลฉกรรจ์มาก
    พระราชาจึงถามคนสนิทว่า นี่เป็นลางไม่ดีของพระองค์หรือเปล่า

    คนสนิทกลับตอบว่า
    " ดี หรือไม่ดี ยากที่จะบอก "
    และในที่สุด พระราชาก็ถูกตัดนิ้ว และพระราชาก็ถามคนสนิทอีกว่า
    นี่เป็นลางไม่ดีของพระองค์หรือเปล่า คนสนิทกลับตอบว่า
    " ดี หรือไม่ดียากที่จะบอก "

    พระราชาโกรธมาก เลยจับคนสนิทขังไว้ในคุก


    วันหนึ่ง พระราชาก็ได้เสด็จออกป่าล่าสัตว์ พระองค์ทรงตื่นเต้นมาก
    แล้วก็มุ่งเข้าไปในป่า ลึกเข้าไปเรื่อยๆ
    เมื่อมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าพระองค์ได้หลงทางเสียแล้ว
    แต่ก่อนที่อะไรจะเลวร้ายไปกว่านั้น
    พระองค์ก็ได้พบกับชนเผ่าพื้นเมืองในป่าแห่งนั้น
    คนป่าพวกนั้น ต้องการจับพระราชาไปบูชายัญ

    แต่พวกเขาก็พบว่าพระราชานิ้วขาด
    จึงรีบปลดปล่อยพระราชา เพราะเชื่อว่าพระราชาไม่ใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์เลย
    และไม่เหมาะที่จะนำไป
    บูชายัญ พระราชาจึงตัดสินใจกลับพระราชวังในที่สุด
    และสุดท้าย พระองค์ก็เข้าใจคำพูดของคนสนิทที่บอกว่า
    " ดีหรือไม่ดี ยากที่จะบอก "
    เพราะถ้าพระองค์มีนิ้วครบสมบูรณ์
    พระองค์ต้องถูกฆ่าโดยคนป่าพวกนั้นอย่างแน่นอน

    พระราชาจึงสั่งปล่อยตัวคนสนิท และขอโทษเขา แต่พระราชากลับประหลาดใจ
    เมื่อคนสนิทกลับไม่โกรธ
    พระองค์เลย ในทางตรงข้ามเขากลับบอกว่า

    มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลยที่ท่านขังข้าไว้ ทำไมงั้นหรือ
    เพราะว่าถ้าพระองค์ไม่ขังข้าไว้ ข้าก็จะต้องตามท่านไปในป่า
    และในเมื่อท่านไม่เหมาะจะถูกบูชายัญ ข้าคงจะถูกนำไปบูชายัญแทนเป็นแน่

    อีกครั้งกับคำที่ว่า ดี หรือไม่ดี ยากที่จะบอก
    เรื่องนี้อาจกล่าวได้ว่า
    ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ไม่มีการสรุปได้อย่างแน่นอนว่า
    ดี หรือ ไม่ดี
    บางครั้งสิ่งที่ดี อาจจะกลายเป็นสิ่งที่เลวร้าย
    ในขณะที่สิ่งที่เลวร้ายอาจกลายเป็นดีได้

    สิ่งดีๆอะไรก็ตาม ที่เกิดขึ้นกับเรา จงสนุกสนานกับมัน
    แต่อย่าไปยึดติดกับมัน
    จงคิดเสียว่ามันเป็นสิ่งที่มาสร้างความประหลาดใจให้กับชีวิตของคุณ
    อะไรต่างๆ ที่มันเลวร้าย ซึ่งเกิดขึ้นกับคุณ
    ไม่จำเป็นต้องไปเศร้าเสียใจ
    ในตอนท้าย มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย
    .............................................................


    ถ้าพวกเราเข้าใจได้อย่างนี้
    พวกเราจะพบว่า การใช้ชีวิตนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย

    ขี้เกียจหาเรื่องอัพอ่ะ เลยเอาจากเน็ทมาแปะๆไว้ ว่างก็อ่านๆไปละกัน
    *credit http://www.dek-d.com/content/view.php?id=1232
    November 04

    ป่วยอย่างเป็นสุข

    ช่วงนี้ป่วยๆ เป็นไข้ หนาว ปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ น้ำมูกไหล เป็นใบ้พูดไม่ได้-*- แต่อย่างน้อยก็มีข้อดีน่า

     

    -อาบน้ำอุ่นอย่างมีข้ออ้าง (ปกติไม่ชอบอาบเพราะเสียดายตัง)

    -อยากกินอาหารอะไรก็สั่งได้ตามใจ แม่ครัวยินดีทำให้ (เว้นของทอดของเย็นเท่านั้นเอง)

    -มีคนคอยทำโน่นทำนี่ให้ สบาย~*

    -ได้กินอาหารในห้องนอน ที่มีคนเสิร์ฟถึงที่

    -กินได้ชาไม่อั้น(ปกติเค้าขี้เกียจต้มน้ำให้ เพราะชงแก้วเดียว ช่วงนี้กินน้ำร้อนตลอดเลยสบาย) ไม่โดนว่าด้วย

    -รู้ว่ามีคนเป็นห่วงมากมาย ^^ ทั้งแม่ที่หายาและบังคับกินยาT^T รวมถึงคนอื่นๆที่มักไล่ไปนอนและพักผ่อน และอีกหลายๆคนที่ถามว่าเป็นไงบ้าง ขอบคุณทุกคนค้าบ        

     

    ยังไงก็ตาม อโรคา ปรมาลาภา ไม่มีโรคมันก็ดีกว่าอยู่แล้ว แต่ไหนๆป่วยแล้ว เซ็งไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา หาข้อดีมันบ้างก็ดี จะได้สบายใจมั่ง


    สุดท้ายละ ฝากไว้หน่อยนึง^^

    ถ้ามีความทุกข์ จงหาความสุขในความทุกข์นั้นให้ได้ แล้วทุกข์นั้นจะไม่หนักหนาเกินไป

    ในขณะเดียวกัน

    ถ้ามีความสุข จงหาความทุกข์ในความสุข นั้นด้วย จะได้ไม่หลงระเริงกับความสุขนั้นโดยไม่มีสติ


     

    และแล้วก็ต้องไปนอน หลังจากย่องมาเล่นคอมดึกๆ -*- อีกครึ่งชั่วโมงก็วันลอยกระทงละ

     

    *5 nov HBD my brother & Jun, hope you both will happy in this world