Jinnipar's profileजिंनिपर चोचम्नंPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 30

    ดักแด้นิรันดร

    ฝืนยึดยื้อสายใยสุดท้าย
    เพื่อไม่ให้แปรกายเป็นผีเสื้อ
    ฉันกลัวเกินไปที่จะโผบิน
     
    ฉันอยากอยู่ในเกราะป้องกันนิจนิรันดร์
    ฉันไม่ปรารถนาพลิ้วไหวตามลมหนาว
    ที่เย็นดุจจะเชือดเฉือนเป็นชิ้นๆ
     
    แต่ฉันรู้ มันไม่มีทาง
    สักวัน ฉันจะไม่มีใครปกป้องคุ้มครอง
    สักวันฉันต้องมีชีวิตอยู่อย่างเดียวดาย
     
    ฉันควรเปิดใจหาเกราะใหม่คุ้มกัน
    หรือควรปิดใจเข้มเเข็ง
    ยืนหยัดด้วยตัวเอง
     
    หนอนน้อยไร้เดียงสา
    ต้องหลบมาอยู่หลังเกราะแข็งแกร่ง
    แล้วบัดนี้ต้องจากไปจากแหล่งคุ้มครองนี้หรือ...
     
    ...ความจริงเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ...
     

    จะเปิดเทอมครั้งสุดท้ายแล้ว ใจหายนิดๆ แต่ก็ไม่เป็นไรมั้ง โลกไม่หยุดหมุนนี่นา...
    *photo by deviantart.com
     
     
    October 26

    กระป๋องนมข้นหวาน

    กระป๋องนมข้นหวานบรรจุนมข้นหวานแสนอร่อยจนเต็มเปี่ยมถูกซื้อไปจากร้านขายของชำ
    "ทั้งหมกหนึ่งร้อยยี่สิกบากคั่บ" "นี่จ้ะ"
    ไปอยู่ที่ร้านขนมแห่งหนึ่ง
    "ส้มๆ เอาพวกนมกระป๋องไปเก็บด้วยนะจ๊ะ" "ค่ะ"
     ต่อมา มีออเดอร์ทำเค้กนมสด
    "สวัสดีค่ะ ดิฉันขอสั่งเค้กนมสดสองปอนด์ค่ะ"
    มันก็ถูกเปิดใช้
    "แกร๊ก"
    และถูกทิ้งอย่างไม่ใยดีในถังขยะ
    "แกร๊ง ตุบ"
    ดึกคืนนั้นมีคนเมาคนหนึ่งเตะถังขยะล้ม
    "อารายยยว้าาาา ถังคาาหยะมาขวางงทางงด้ายงายย""เคร้ง"
    กระป๋องนมข้นหวานจึงกลิ้งออกมา
    "กลุกๆๆๆ"
    หมาจรจัดตัวหนึ่งเดินโซเซมาด้วยความหิว
    "งื้ดๆๆ"
    และจัดการเลียกระป๋องจนสะอาด
    "แผล่บๆๆ"
    จนไม่มีนมหวานเหลืออยู่ แล้วก็จากไป
    "..."
    กระป๋องนมตากฝนอยู่หนึ่งวันหนึ่งคืน
    "ซ่า..."
    จนถูกเด็กเตะกลิ้งไป
    "ผัวะ กลุกๆๆๆๆ"
    ขอทานขากะเผลกเดินมาพบ จึงเอาไปเป็นเครื่องมือทำมาหากิน
    "อ๊ะ เอาไปด้วยดีกว่า ใบเก่ามันยับเยินเต็มที"
    เมื่อเวลาผ่านไป กระป๋องนมที่ว่างเปล่าก็มีเศษเหรียญดังกรุ๋งกริ๋งอยู่บ้าง
    "ทำบุญทำทานคร้าบ" "กริ๊ง" "ขอบคุณคร้าบ ขอให้เจริญๆ"
    แต่แล้วก็มีเด็กตัวผอมๆดำๆคนหนึ่ง วิ่งมาหยิบกระป๋องนมไปจากขอทาน
    "อ้าว เฮ้ย!"
    เด็กน้อยเทเงินออกมาแล้วขว้างกระป๋องนมไปที่ถนนอย่างไม่ใส่ใจ
    "เชอะ ไม่มีประโยชน์ละ"
    รถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งผ่านไป
    "บรืน"
    กระป๋องนมถูกเหยียบจนบี้แบน
    "แกร๊บบ"
    ซาเล้งคันหนึ่งผ่านมาพบแล้วเก็บมันไปรวมกับกระป๋องบุบๆพังๆใบอื่นๆ
    "แกร๊ง"
    ซึ่งสุดท้ายมันก็ไปลงเอยที่ร้านขายของเก่า
    "อืม วันนี้ทั้งหมดแค่นี้สินะ สิบกิโล"
    "ครับ"
    ต่อมามันก็ถูกหลอมรวมกับโลหะอื่นๆ
    ".."
    และเหมือนเกิดใหม่ เมื่อมันมีรูปร่างใหม่ ที่ข้างเอวมีติดว่า
     "ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ"

    ใครอ่านรู้เรื่องมั่ง ใครไม่รู้เรื่อง(น่าจะทุกคน)ก็ ctrl+a นะ

    จะเปิดเทอมแหล่ว -*- เวลาช่างรวดเร็ว

    กำลังสับสนในชีวิตเล็กน้อย -  -

    October 22

    ไฟฟ้าและน้ำหยด

    นางสาวน้ำหยด
    ผู้หญิงนุ่มนิ่มเรียบร้อยน่ารัก ทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความตั้งใจ แม้แต่การก้าวเดินก็บรรจงเดินทีละก้าวอย่างมั่นคง สมชื่อน้ำหยด
    ..ติ๋ง..ติ๋ง..น้ำหยดทีละหยด เมื่อไหร่จึงจะต็มกันนะ
     
    นายไฟฟ้า
    ผู้คล่องแคล่วว่องไว ทำอะไรรวมเร็วกว่าลมพัด สั่งอะไรรับรองว่าได้เร็วทันใจหวัง เดินเหินเร็วราวกับไฟฟ้าวิ่งในสายไฟ
    ฟิ้ว~~~ถึงที่หมายเรียบร้อยครับผม!!
     
    โชคชะตา พรหมลิขิต หรือความบังเอิญ แล้วแต่จะเรียก
     
    ทั้งคู่มาเจอกัน และรักกันและกัน
     
    ทั้งที่แสนจะต่างกัน
     
    น้ำหยดต้องเดินเร็วแทบวิ่ง เพื่อไล่ตามนายไฟฟ้าให้ทัน
    นายไฟฟ้าต้องชลอและหยุดรอคอยเป็นพักๆ เพื่อให้น้ำหยดตามทัน
    น้ำหยดต้องเร่งกินข้าวแทบติดคอ
    นายไฟฟ้าต้องบรรจงนับข้าวกลืนทีละเม็ดอย่างไม่เคยทำ
    น้ำหยดต้องอดทนในแสงสีและความอึกทึก
    ไฟฟ้าต้องตากน้ำค้างเพื่อดูดาวในคืนอันมืดมิด
     
    ทุกอย่างดำเนินอย่างนี้......เรื่อยมา
     
    เรื่องนี้จะจบยังไงดี??
     
    กับคนสองคนที่เปลี่ยนตัวเองเพื่อใครสักคน
     
    พวกเขาจะเปลี่ยนได้ตลอดไปไหม?
    ความรักจะสำคัญพอไหม?
    หรือความเบื่อหน่ายและความรักตัวเองจะชนะ?
    ความต่างกันสำคัญแค่ไหน?
    ทั้งคู่จะเป็นเช่นไรต่อไป?
    ชิน ยอมรับ หรือเลือกจะจากไป?
    ความรักใช่ทุกสิ่งไหม?
    หรือมีทางออกใดๆที่ดีกว่านั้น?
     

    บ้ามาก นั่งเขียนเพราะฟังเสียงน้ำหยดจากห้องน้ำ -  -"
     
    ไม่ได้มาอัพนานมากเพราะไม่ชอบเสปซแบบใหม่ (แต่คงต้องทำใจ)
     
    แล้วก็เพราะคอมที่ใช้การ์ดจอพัง ต้องมาใช้โน้ตบุ๊คพี่ ไม่ถนัดด้วย (สุดท้ายก็อัพในโน้ตบุ้ค)
     
    เป็นไรไม่รู้ ป่วยเฉพาะกลางคืน -  -"
     
    ....เวลาไม่มีฝน พระจันทร์สวยนะ..
     
    -ชอบเปียโน
    -อยากดูดาวเป็นเยอะๆกว่านี้
    -ถ้าคุณต้องเป็นผู้ใหญ่เมื่อรักใคร เราจะเลือกไม่รักใครแล้วเป็นเด็กตลอดไปได้ไหมนะ...
    October 12

    Decode and smile

     
     
      
     
    Star    Star      Star      Star    Star       Star       Star         Star     Star        Star     Star    Star    Star      Star     Star      
     
              Star          Sleeping half-moon       Star              Star           Star         Star                    Star            Star        
     
         Star              Star     Star     Star           Star     Star         Star        Star       Star     Star      Star      Star        
     
                   Star                   Star        Star        Star      Star       Star        Star               Star                       
     
    Star    Star     Star      Star       Star     Star   Star      Star   Star          Star     Star     Star     Star      Star    Star   Star      
     
         Star                   Star      Star          Star      Star      Star                   Star       Star       Star                  
     
    Star         Star                  Star      Star       Star        Star           Star           Star           Star        Star      Star        
           
                    Star      Star                                                                                                                          
     
     
     
     
     
     
                                                                                                                      ~Note
                                                                                                              Dog faceCat face
    Red roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed roseRed rose
    . -.. --- -.-.   ... .. .... -   -.. .- . .-.   -. .- -.-.   --- .... .--   . -. --- . -- --- ...   --- -   -- .- . .-. -.. - . . .-- ...   

    ^^ And hope it come true
     
    Ps.   HBD Pakin
    Ps.2 I miss my old blog T_T
           Bring it back!!!!
     
    October 08

    หวัง

    อินทรวิเชียร์ฉันทร์๑๑
     
         หวังโลกะให้ต่ำ     พินิจ์คำ ณ อ้างไว้
    เสริมฐานฤดีให้          คุรุแน่นมิพังลง
    หวังใดกะไว้สูง          มนะมุ่งประสิทธิ์สงค์
    ยามพลั้งทลายลง       ดุจะสิ้นวรินทรีย์
    คาดคนตริมองสูง       สละชั่วมิมัวศรี
    ไม่ถึงขนาดดี           บริสุทธิ์ธุลีมวล 
    ดีมากกะหายาก         และบ่มากประสบล้วน
    ไม่แท้บ่ดีควร           คละดีและชั่วปน
    คาดการณ์บ่สมหวัง    ขณะตั้งประกอบมล
    คิดว่าจะเสียกล        เพราะเจอะเหตุประการใด
    แก้ไขและอุดโหว่      มิยโสประมาทไซร้
    รอลัพธะเช่นไร        ผละได้กะเกินการ
    ยินดีและภาคภูมิ      มนล้วนสนุกสนาน
    แสนสุขสราราญ       เพราะจะได้ มหึมา
     
    พอดีกว่า -*- ฉันท์เป็นอะไรที่แต่งยากกก ครุลหุ จะบ้าตาย
    ร้อยแก้วดีกว่า
    ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ไม่พ้นที่จะหวังว่ามันจะดี หวังมากไปก็ผิดหวังเปล่าๆ บางคนก็มัวแต่หวังไม่ลงมือทำ
     
    หวังมากไปก็ใจสลายสุดๆ หวังแต่พอเพียงดีกว่า แล้วก็ อย่ารอแต่ความหวัง ต้องปฏิบัติด้วย ว่าถ้ามันจะไม่สมหวัง จะเป็นเพราะอะไร แล้วแก้ไขจุดอ่อนนั้นๆซะ
     
    -จบ-
     

    ดราฟไว้นาน ตกยุคไปนิสนึง เพราะมีบล็อกอื่นแทรกมาตลอด ความจริงว่าจะอัพช่วงเพิ่งสอบเสร็จ เอาเถอะ มันก็ใช้ได้ทุกสถานการณ์น่ะ!
    October 05

    โคลง...กลอน...กลบท

     

     

    ๐ กลบทวัวพันหลัก ๐

     

    ....บังคับซ้ำคำท้ายวรรคแรก กับคำต้นวรรคต่อไปทุกวรรค....

     

    พระจันทร์สวยวาวใสกระจ่างฟ้า
    ฟ้างามตาแม้มืดทุกแห่งหน
    หนทางมีเพราะจันทร์ส่องให้ยล
    ยลให้เห็นทางออกจากมืดมัว

     

    --------------------------------

    ๐ กลบทเมฆลาโยนแก้ว ๐

     

    ...บังคับซ้ำ ๒ คำท้ายวรรคแรก กับคำต้นวรรคต่อไปทุกวรรค....

     

    นั่งแต่งกลอนไปมาก็ปวดฉี่
    ปวดฉี่รี่วิ่งว่องหาห้องน้ำ
    ห้องน้ำมีคนใช้อยู่โอ๊ย!เลวทราม
    เลวทรามแน่ถ้าฉี่ราดดีรอดไป

     

    (ฮา)

    --------------------------------

    ๐ กลบทสารถีชักรถ ๐

     

    ...บังคับให้สองตัวแรกในวรรคมาเป็นสองตัวหลังในวรรคเดียวกัน...

     

    หิวข้าวแล้วใจหวิวเพราะหิวข้าว
    ใจหายร้าวรานเจ็บน่าใจหาย
    เดียวดายอยู่เธอมาคู่หายเดียวดาย
    สำคัญท้ายหาข้าวให้แสนสำคัญ

     

    --------------------------------

     

    ๐ กลบทดอกไม้พวงพู่ร้อย ๐

     

    ...บังคับซ้ำ ๔ คำต้นวรรค และเปลี่ยนกระทู้ทุกทุก ๔ วรรค...

     

    แจกันแก้วปักผกาสีสดใส
    แจกันแก้วปักดวงใจให้นึกฝัน
    แจกันแก้วปักดวงจิตทุกคืนวัน
    แจกันแก้วปักใจฉันอยากครอบครอง
    ดอกไม้งามล้วนสวยในแจกันหรู
    ดอกไม้งามล้วนชูช่อไม่มีหมอง
    ดอกไม้งามล้วนเด่นแสนเรืองรอง
    ...ดอกไม้งามล้วนเหี่ยวเมื่อผ่านกาล...

     

    --------------------------------

     

    ๐ กลบทสร้อยสน ๐

     

    ....บังคับซ้ำคำในวรรค ๑ คู่ คือคำที่ ๓ กับคำที่ ๔ และซ้ำคำสุดท้ายของวรรคแรกกับคำแรกของวรรคถัดไป ทุกวรรค....

     

    โลกสดใสใสสะอาดดูงดงาม
    งามทุกยามยามรักก็ดูหวาน
    หวานเป็นขมขมขื่นฤทัยทราม
    ทรามเชยทิ้งทิ้งรักและจากไป
    ไปก็แล้วแล้วไปโลกสวยอยู่
    อยู่ให้กูกูเจ็บฤๅไฉน
    ไฉนโลกโลกยังงามมิหม่นไหม้
    ไหม้หัวใจใจสลายของข้าลง
    ลงจากฟ้าฟ้าถีบตกสวรรค์
    สวรรค์กลั่นกลั่นแกล้งให้สารสง
    สงสารใจใจข้าใกล้ปลิดปลง
    ปลงตกแล้วแล้วโลกคงงดงาม

     

    --------------------------------

     

    ๐กลอนเปล่า๐

     

    .....ไม่มีแบบแผนบังคับตายตัว จะใช้กี่คำก็ได้ ขอแค่คล้องจองกันก็พอ....

     

    กลอนเปล่าดูเหมือนจะแต่งง่าย
    ไม่ต้องมากมายความคิดเหมือนกลอนอื่นๆ
    ที่บางกลอนต้องคิดข้ามวันข้ามคืน
    ถึงจะหลับจนตื่นก็ยังจบไม่ลง

     

    --------------------------------

     

    ๐ กลบทกินนรเก็บบัว ๐

     

    ...บังคับซ้ำคำที่ ๓ กับคำที่ ๕ ทุกวรรค ...

     

    กุหลาบงามย่อมงามด้วยสดสี
    คนจะดีย่อมดีด้วยสมอง
    ดำเนินชีพสุขชีพตามครรลอง
    ไม่แตะต้องอบายต้องให้ขุ่นมัว

     

    --------------------------------

     

    ๐กลบทนาคราชแผลงฤทธิ์ ๐

     

    ..ข้อบังคับ..
    ๑. บังคับซ้ำเสียงพยัญชนะ ๓ คำท้ายวรรค กับ ๓ คำต้นวรรคถัดไป
    ๒. บังคับซ้ำเสียงสระวรรคละ ๓ คู่ คือ
    -คำที่ ๓ กับคำที่ ๔
    -คำที่ ๕ กับคำที่ ๗
    -คำที่ ๘ กับคำที่ ๑ ในวรรคถัดไป
    ๓. เลื่อนสัมผัสระหว่าวรรคมารับในคำที่ ๕ ของแต่ละวรรค

     

    ฟ้าสีครามยามเศร้าดูเทาแท้
    แดท้อทดหมดแก้เหลียวแลได้
    ไหลลงดินสิ้นรักที่ปักใจ
    ทัยป่นจุณคุณเหยียบลงเรียบดิน

     

    (อันนี้รู้สึกจะยากสุด)

     

    --------------------------------

    ๐กลบทคำผวน๐

     

    ...การแต่งใช้คำผวนทุกคำ บังคับฉันทลักษณ์ตามคำประพันธ์ที่แต่ง...

     

    ใจของข้าจาใคร่บอกนัยเจ้า
    ว่าจิตเศร้าเพราะเจ้าศิษย์คิดแปรผัน
    อาจารย์ทุกข์จุกเพราะทานข้าวทั้งวัน
    ศิษย์แพลมแซมพิษนั้นผสมเจือ

     

    (ออกหนังจีนแฮะ)

     

    --------------------------------

     

    ๐ กลบทมังกรคายแก้ว ๐

     

    - กำหนดบังคับคำที่ ๑ และ ๒ กับสองคำท้ายวรรคสลับกัน
    ( 1 2 3 4 5 6 2 1)

     

    ยื้อยึดโลกด้วยจิตติดยึดยื้อ
    อุ้มถือหนักแบกโลกมือถืออุ้ม
    รุ้มเร้าใจระบมแหลกถูกเร้ารุม
    หัวใจกลุ้มติดอดีตกลุ้มหัวใจ
    วางปล่อยเถิดทุกข์ใดใดจงปล่อยวาง
    หมายมุ่งทางอนาคตที่มุ่งหมาย
    ใจตัดพ้อต่ออดีตจงตัดใจ
    ตนรักใครรักให้น้อยกว่ารักตน

     

    (ชอบอันนี้)

    --------------------------------

     

    ๐กลบทโคลงกลอน๐

     

    ดึกดื่นคืนพร่างแพร้วดาวรายยับ

    ล้วนติดดับวับวามพรายหมื่นล้าน

    ดาวหนอช่างมากมายหลายหลากมาน

    เฉกดาวสะอ้านหลากแท้หลายใจ

     

    ดึกดื่นคืนพร่างแพร้ว      ดาวราย   ยับล้วน

     ติดดับวับวามพราย      หมื่นล้าน        

    ดาวหนอช่างมากมาย    หลายหลาก     

     มานเฉกดาวสะอ้าน      หลากแท้หลายใจ


    (แถม:ใจคนจะซนเหมือนดาวไหม เดียวติดเดี๋ยวดับได้ตามใจดาว... )


    --------------------------------
     

    *ที่มาวิธีแต่งกลบท(กน-ละ-บด) http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=96355&page=10

     

     

     


     

     โคลงอักษรล้วน

    (กลบทอีกแบบเอาวิธีมาจากอีกที่ แต่ขี้เกียจแยกเป็นบล็อกใหม่)

     

    เล่าลือละลานล้วน                   เลื่อนลอย

    ใครคาดคิดความคอย                   แค่ข้าง            
      หนึ่งนอนแน่น่าน้อย                    หน่ายแหนง นานา 
    ออกเอ่อเอยโอษฐ์อ้าง                  เอ่ยเอื้อน เอาเอง

     

    (แปลว่าข่าวลือเชื่อไม่ได้ แค่นั้นเอง)

     

    กลอน: ช้างประสานงา

     

    O O O O O X X X             X X X O O X X X
     X X X O O X X X             X X X O O X X X


    ซ้ำเสียงพยัญชนะข้ามวรรค ๓ คำสุดท้ายของวรรคแรกกับ ๓ คำแรกของวรรค ถัดไปทุกวรรค

     

    (สุดท้ายละ ง่วงนอน)

     

    อยากไปเที่ยวหลายที่ละลานตา     ละลายตังค์คือปัญหากั้นข้าไว้
    ก็คงหวังหยอดกระปุกกันต่อไป    เก็บตังค์ปล่อยเอาไว้ให้พอกพูน

     

     

    วิธีแต่งจาก http://www.geocities.com/bot_kawee/kolbot.htm



    เห็นวิธีแต่งแล้วรู้สึกอย่างแต่ง เลยลุยแต่งมันทุกวิธีเลย 555 (แต่เว็บที่สองเพิ่งเปิดเจอตอนง่วงๆ เอาไปแค่นั้นละกัน)

     

    ใครมีจิตศิลปิน ชอบกลบทแบบไหน ลองแต่งแปะเม้นไว้ก็ดีนะจ๊ะ รู้ว่ามาอ่าน

     

    (แต่ถ้าไม่แต่ง เม้นธรรมดาก็ได้นะ แบบว่าชอบบทไหนที่สุด ข้างบนแต่งเองหมดนะ)

     

     

    **ฝันร้ายติดๆกันสามวันละ เฮ้อออ เป็นอะไรว๊า 

     

    October 03

    จากหมายจากแดนเวทมนตร์

    ดาดฟ้ากระท่อมช็อกโกแลต ใต้แสงอาทิตย์สีชมพู
     
    จินนี่ที่รัก
     
    เรามาอยู่ที่นี่ได้เกือบครึ่งเดือนแล้ว เราว่าเราเริ่มปรับตัวเข้ากับเมืองเวทมนตร์ได้แล้วนะ วันนี้พระอาทิตย์สีชมพูอ่อนๆ สวยมากๆเลย ตอนเช้านี้มีหมอกจางๆ สะท้อนแสงสีชมพู จนทุกอย่างดูเป็นสีชมพูไปหมดเลย เราชอบนอนอาบแดดเช้าๆนี่จัง แดดแต่ละวันสีไม่เหมือนกันเลย มีทุกสีที่เธอจะจินตนาการได้เลยล่ะ!สีแดดจะเข้มขึ้นๆจากอ่อนๆในยามเช้า จนค่ำก็จะกลายเป็นสีดำไป แล้วคืนนั้นก็จะมีพระจันทร์สีนั้นขึ้น(ไม่ต้องถามหลักวิทยาศาสตร์หรอก เราไม่รู้มันเกิดขึ้นได้ยังไง) แดดอุ่นๆทำให้ดาดฟ้าช็อกโกแลตนี่โชยกลิ่นช็อกโกแลตขึ้นมา (แต่มันไม่ละลายหรอกนะ ยกเว้นเธอจะหักมันเข้าปาก) อ๊ะ! คุณเซร่า (ที่เราเล่าให้ฟังในฉบับก่อน ว่าเธออายุเกือบสองพันปีแล้ว แต่ดูเหมือนคนอายุไม่ถึงยี่สิบ) เรียกเราไปกินข้าวเช้าแล้ว เดี๋ยวจะมาเขียนต่อนะ!
     
    ห้องคริสตัลกระจก
    (จริงๆไม่รู้เรียกห้องอะไรหรอก แต่เราว่าชื่อมันคงไม่ค่อยต่างจากนี้หรอก)
     
    กินข้าวเช้ามาแล้วล่ะ เป็นชาเอเดียนที่คุณเซร่าบอกเป็นชาที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ (เราว่ามันกลิ่นเหมือนดอกไม้หอมๆ แต่บอกไม่ถูกว่าดอกอะไร) แล้วก็เค้กคารีห์(<<น่าจะเขียนอย่างนี้นะ) เป็นขนมที่มีกลิ่นเหมือนดอกกุหลาบ แล้วก็หวานนุ่มละมุนจนละลายในปากเลย เรากินพุงกางเลยล่ะ

    ระหว่างที่เขียน เจ้ามัวร์น้อย มานอนหนุนตักล่ะ มันเป็นแมวสีม่วงเปลือกมังคุด ตรงท้องสีขาวๆ (ดูเหมือนว่ามันใส่ทักซิโดสีม่วงอยู่เลย) ขนก็นุ๊มนุ่มเหมือนกำมะหยี่ น่ากอด  ที่สำคัญ เราไม่แพ้ขนมันล่ะ!! (จะว่าไป ตั้งแต่อยู่นี่ ก็ไม่ป่วยอะไรเลย แม้แต่หวัด หรือแค่จามก็เหอะ)
     
    เมื่อวานเราไปเดินเล่นในเมืองมา ได้อะไรแปลกๆมาเยอะเลย  มีตำราแปลกๆหลายเล่มเลย เล่มนึงเป็นประวัติศาสตร์ อ่านไปได้นิดหน่อยแล้วล่ะ (ง่วงน้อยกว่าประวัติศาสตร์โลกหน่อย) อ่านถึงช่วงยุคมืด (ที่นี่ก็มียุคมืดนะ) เป็นช่วงที่ทั้งดินแดนปกคลุมด้วยสีเทา (น่าหม่นหมองเนอะ) คุณเซร่าบอกว่า บางทีเมืองสีเทาก็ไม่เลวร้ายอะไรหรอก อืม แล้วก็พูดถึงพวกภูมิศาสตร์ในโลก ยังไม่ได้อ่านหรอก แต่ดูแผนที่คร่าวๆแล้ว เหมือนว่าโลกนี้ไม่มีทะเลหรือภูเขานะ แต่มีอะไรน่าตื่นเต้นกว่านั้นเยอะเลย อย่างทุ่งดอกไม้ที่รวบรวมดอกไม้ทุกชนิด ถ้ำมังกร (หยุดนึกถึงโพรงหินอึดอัดขนาดใหญ่ในโลกมนุษย์เลยนะ ถ้ำที่นี่เหมือนวังธรรมชาติ หินสารพัดสีสารพัดชนิดเลย) ที่โลกนี้ไม่ค่อยมีช่างศิลปะนักหรอก พวกหินนั่นก็เลยยังอยู่กับที่ ไม่มีใครเอามาทำอะไร (แน่ล่ะ ใครอยากได้อะไรก็เห็นเสกเอาทั้งนั้นนี่นา) อะไรบางอย่างที่คล้ายๆลานเสก็ต (แต่ดูเหมือนจะทำด้วยเพชร) แล้วก็มีเรื่องสิ่งมีชีวิตแปลกๆ เยอะแยะทีเดียว  แล้วเราก็แวะร้านขนมมาด้วย พูดว่าร้าน แต่พื้นที่ใหญ่กว่าซุปเปอร์มาเก็ตเลยล่ะ เราเดินผ่านกลุ่มสายไหมที่เหมือนเมฆบางๆ แต่ไม่ใช่รสน้ำตาล เป็นรสผลไม้สด ไปชิมรสแตงโมมา เหมือนแตงโมละลายในปากเลย ขนมไข่มังกรที่แถมมังกรของเล่นอยู่ข้างใน(ดิ้นดุ๊กดิ๊กได้ เต้นรำได้ และจะหายไปเองหลังจากเจออากาศครบสามวัน) แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่ามีมุมที่เป็นขนมในโลกมนุษย์ด้วย เห็นว่าเป็นของนำเข้า เชื่อมั้ยล่ะ ทองหยิบทองหยอดเป็นที่ฮิตสุดๆเลย

    ก่อนจะพูดต่อ ก็นึกได้ว่ามีส่วนสำคัญมากๆในโลกนี้ที่ต่างจากโลกเรา คือที่นี่ไม่มีการใช้เงิน! อยากได้อะไรก็หยิบเอาฟรีๆ เพราะงานสำหรับที่นี่ เป็นของแก้เบื่อเท่านั้นอง ไม่ต่างจากเดินเล่น ดูทีวี หรือแม้แต่นอนหลับ เพราะที่นี่ไม่ต้องการปัจจัยสี่ (ก็เสกได้นี่นา) งาน ก็เลยเป็นการเติมเต็มเวลา(ก็แม่มดอายุเยอะกว่าเราตั้งหลายเท่า อยู่เฉยไก็เบื่อแย่) หรือคิดค้นสูตรอาหาร สูตรยา หรือแม้แต่เวทมนตร์ใหม่ๆ แล้วเอามาวางขาย(จริงๆคือแจก) เผยแพร่ให้คนได้รู้จัก (ช่างเป็นโลกที่เจ๋งจริงๆ)

    กลับไปที่ขนมต่อ (ยังไม่อยากหยุดเล่าเรื่องนี้ ประทับใจมาก!)จริงๆจะเล่าทั้งหมดก็คงไม่ได้  แต่มีมุมหนึ่ง ที่เราชอบ คือมันเป็นเหมือนslot machine สิบช่อง เป็น เนื้อสัมผัส(แข็งระดับ1-10 เหนอะหนะระดับ1-10) รสหวาน(ระดับ1-10) เค็ม เปรี้ยว เผ็ด มัน (สิบระดับเหมือนกัน) สี กลิ่น(ทุกสีทุกกลิ่นที่จะนึกได้) ขนาด(เล็กจิ๋วถึงมหึมา) รูปร่าง (ทุกรูปร่างที่นึกออกอ่ะแหละ) เงื่อนไขมีข้อเดียวคือ ได้อะไรไปต้องกินให้หมด ไม่งั้นห้ามออกไปจากโซนนี้ หรือไม่ก็รอหนึ่งวัน ขนมจึงหายไปเอง (หนึ่งวันในโลกแม่มดดูเล็กน้อยของพวกเขา แต่สำหรับเรามันน้านนาน)

    เราไปลองเล่นมา ได้ขนมสีแดงอ่อนๆ รูปดาวขนาดเท่าเมล็ดถั่ว กลิ่นคาราเมลแต่รสชาติเหมือนต้มยำ (ฮา) แถมเหนียวหนึบยังกะหมากฝรั่ง โชคดีที่พอกินได้ เลยกินแล้วลองอีกรอบ ได้กลิ่นข้าวเหนียวไก่ย่าง แต่รสชาติเหมือนผลไม้เปรี้ยวๆหวานๆ -*- หอมมากๆถ้าดมโดยไม่กิน แต่ต้องกลั้นหายใจกินซะอย่างนั้น
     
    มีอ่างเยลลี่ที่ใหญ่ขนาดคนลงไปเล่นเด้งๆพร้อมกันได้สิบคน อยู่หลายพันอ่างเลย ตั้งแต่รสผลไม้แบบในโลก จนถึงรสที่เราไม่รู้จัก (ชื่อแปลกๆด้วยล่ะ)
     
     
    ตอนนี้เราเริ่มฝึกเวทมนตร์เล็กๆน้อยๆแล้วนะ มันไม่ยากไปกว่าเดิน พูด หรืออะไรที่เราทำได้อยู่แล้ว (ก็จำพวกเปิดปิดไฟ พลิกหน้ากระดาษโดยไม่แตะต้อง เรียกของให้ลอยมา อะไรทำนองนั้น) ขี่ไม้กวาดก็ลองแล้วนะ กึ่งง่ายกึ่งยาก ยากกว่าจักรยานตรงแรงลมนี่แหละ พรุ่งนี้คุณเซร่าจะให้เราลองขี่ยูนิคอร์น(ไม่รู้จะยากกว่าม้าธรรมดารึเปล่านะ) แต่ก็น่าสนุกดีใช่ไหมล่ะ
     
    สัปดาห์หน้าคุณเซร่าจะพาไปวังมังกรด้วย(จริงๆชื่อถ้ำมังกร แต่เราว่า มันดูเป็นวังมากกว่า) เราอยากเห็นจังเลยว่ามังกรกินอะไรเป็นอาหาร (คุณเซร่าบอกเราเดาไม่ถูกแน่ๆ) ถ้าจดหมายนี้ยังไม่ได้ส่งไป เราคงกลับมาเฉลยว่ามันกินอะไร
     
    ตอนนี้มัวร์น้อยชวนไปเล่นแล้วล่ะ เดี๋ยวจะกลับมาเขียนใหม่นะจ๊ะ
     
    สวนฟลัมเบิล พระอาทิตย์สีคาราเมล
     
    ว่าจะเขียนต่อ แต่เพลินกับการฝึกขี่ยูนิคอร์นไปหน่อย จนเป็นสัปดาห์เลย วันนี้อะไรๆก็ดูสีน้ำตาลไปหมด เพราะสีพระอาทิตย์น่ะเอง ตอนนี้เราอยู่ในสวนฟลัมเบิล (ฟลัมเบิลเป็นผลไม้ยืนต้น ขนาดประมาณมะม่วง เรากินใบสีชมพูของมันเหมือนเรากินผลไม้นี่แหละ ส่วนผลสีฟ้าสด ไม่กิน เอาไว้ประดับต้น) ใบฟลัมเบิลสีชมพูหวานแหวว หนาอวบน้ำ รสชาติหวานเหนียวๆเหมือนน้ำผึ้ง แต่กลิ่นเหมือนนมสด เรานั่งเคี้ยวใบฟลัมเบิลอยู่ (ถ้ามีน้ำเหนียวๆสีชมพูใสๆติดไปด้วย ก็นั่นแหละ  ใช่เลย!) สวนฟลัมเบิลดูโดดเด่นสดใสมากในวันสีน้ำตาลทองอย่างนี้ เราเพิ่งกลับมาจากวังมังกร เชื่อเค้าสิ! มังกรเชื่องมากๆ เหมือนช้างเลย ตัวใหญ่แต่ไม่ดุ ที่สำคัญ อาหารของมัน มันกินช็อกโกแลตเป็นอาหารล่ะ! (ที่นี่มีสำนวน กินหวานยังกับมังกร แปลว่า กินหวานมากๆ ด้วย) มีตัวหนึ่ง สีสวย พันธุ์เอราเซียนตารุ้ง เป็นมังกรสีเงิน เหลือบฟ้า ตาของมันดูเหมือนสีเทาๆ แต่ถ้าจ้องไปตรงๆ จะเห็นประกายรุ้งแวววาวอยู่ข้างใน มันเคี้ยวช็อกโกแลตสบายใจทีเดียว เห็นแล้วอิจฉาจริงๆ
     
    ที่นี่มีอะไรแปลกๆอีกเยอะ ที่พูดมายังน้อยนิดเหลือเกิน เพราะบางอย่างอธิบายไม่ได้ ไม่รู้จะไปเปรียบเทียบกับอะไร พูดได้อย่างเดียว "ต้องมาเห็นเอง"

    ปล. หมดกระดาษไปหลายหน้าล่ะ คงต้องส่งสักที เดี๋ยวจะหนาเกินไป เจ้าฮูเบิร์ต นกอินทรีสื่อสารจะบ่นเอา (มันพูดได้จริงๆนะ) ไว้คราวหน้าจะเขียนต่อ เพราะมีโปรแกรมจะไป อาติอาร์ติก ถ้าเทียบกับโลก ก็แอมะซอนมั้ง อยากรู้ว่าที่นี่จะมีตัวอะไรธรรมดามั่ง (เพราะที่เห็นมีแต่แปลกๆ)
     
    คิดถึงมากๆ

    (ที่นี่มักลงท้ายด้วย "ขอคาถาจงคุ้มครองท่าน" แต่เรายังสะกดไม่ถูก ช่างมันเถอะ!)
     
    M.A.
     
    October 01

    จดหมายจากโลกมนุษย์

    โลกมนุษย์ ชื่อดินแดนประเทศไทย ใต้แสงจันทร์
     
    อิมเพรซเซร่าที่รักกุหลาบแดง
     
    ข้ามาอยู่โลกมนุษย์ได้ก็เกือบๆยี่สิบปีแล้ว ฟังดูเร็วใช่ไหมล่ะ? จริงๆแล้วยังไม่ถึงเศษเสี้ยวชีวิตของพวกเราเลย แต่มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อายุสั้นเหลือเกิน มนุษย์มองมดแมลงตายไปอย่างผู้มีอายุยืน หึๆ...เจ้าพวกมนุษย์จะรู้ไหมนะว่าพวกตนถูกมองด้วยความคิดเช่นนั้นจากข้าเช่นกัน ให้ตายสิเซร่า! มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวและคิดเข้าข้างตัวเองอย่างร้ายกาจ เจ้าลองคิดดูสิ จะมีสิ่งมีชีวิตใดยกย่องตัวเองเหลือล้นว่าประเสริฐ? จะมีสิ่งมีชีวิตใดเล่า ที่ทำลายที่อยู่อาศัยและสิ่งสวยงามอย่างตั้งใจ? มนุษย์พวกนี้ไงล่ะ!  พวกมันทำข้าเซ็งจริงๆเลยเชียว โลกมนุษย์ที่ข้าเคยอ่านจากตำราโบร่ำโบราณ ไม่สิ...มันไม่ใช่โลกมนุษย์ด้วยซ้ำ มันเป็นดินแดนที่เรียกขานกันว่า แดนปลอดเวทมนตร์ มันช่างดูสวยงาม มนุษย์ก็ไม่ต่างจากสัตว์อื่นๆ ดำรงชีวิต สืบพันธุ์ หาอาหาร ตามวัฏจักรทั่วไป แต่ดินแดนที่ข้าอุตส่าห์ตั้งความหวังเสียสูง กลับเป็นแค่ซาก! มีแต่สิ่งปลูกสร้างระเกะระกะ เกินความจำเป็นอย่างเหลือร้าย เด็กชายเด็กหญิง
     
    คนหรือ? ข้าแทบไม่เคยเจออะไรเช่นนี้เลย เจ้าเคยเห็นหน้ากากที่แนบสนิทติดเนื้ออย่างถาวรไหมล่ะ? แม้แต่เวทมนตร์ยังทำไม่ได้เลย แต่เชื่อสิ มนุษย์ที่นี่ทำได้! ในใจคิดอย่างหนึ่ง แต่แสดงออกตรงข้าม เจ้ารู้ไหม? ข้าทนไม่ไหวจนข้าปิดกั้นการอ่านใจไปแล้ว!! ข้าไม่สนหรอกว่าข้าอ่านใจคนไม่ได้ เพราะคนหลอกลวงเหลือเกิน (แต่จริงๆแล้วการเดาใจคนแบบอ่านใจไม่ออกก็สนุกดีนะ) อ้อ! ที่นี่มีอีกอย่าง(ในหลายๆอย่าง)ที่แปลกมาก มนุษย์มีคำว่า "ความรักหัวใจสีแดง" อืมม ฟังดูดีนะ มีผู้บูชาคำนั้น มีผู้ดูถูกคำเดียวกัน มีผู้หลงใหลคำนั้น มีผู้เกลียดชังคำนั้นด้วยเช่นกัน (แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักหรอก) ข้าพบอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับคำนี้ ดูเหมือนมันเป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์ทีเดียว มันเป็นแรงบันดาลใจ(สะกดเช่นนี้รึเปล่านะ?) เอ่อ หมายถึงมันเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ (หมายถึงทำขึ้น) สิ่งสวยงาม(ข้อดีอันน้อยนิดของมนุษย์ล่ะ!) เรียกว่า ความคิดสร้างสรรค์ เจ้าเคยเป็นรูปวาด เพลง หรือบทกวีต่างๆ (มนุษย์เรียกรวมว่าศิลปะ) ที่เป็นของมนุษย์ใช่ไหม? ส่วนใหญ่มันก็เปิดจากคำว่าความรักนี่แหละ หึๆ แต่ไอ้สิ่งเดียวกันเนี่ยแหละ ที่ทำให้มนุษย์บ้าๆบอๆ เจ็บปวด (บางทีอาจเป็นเพราะอีกคำที่เรียกว่าความหวัง) สงสัยล่ะสิ ว่าความหวังคืออะไร เอาอย่างนี้...ถ้าเจ้าต้องการอะไรสักอย่าง คือเจ้าหวังจะได้สิ่งนั้นน่ะ (แต่พวกเราไม่ค่อยหวังอะไรหรอกนี่นา) เอาเป็นว่า มนุษย์รักมนุษย์อีกคน แล้วหวังที่จะได้รักตอบ แต่ไม่ได้ ก็เท่านั้น... ความรักมนุษย์ที่ก็แปลกดีนะ ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆมากเลย เพศไม่สำคัญสำหรับมนุษย์ ที่จะมีความรัก (เอ่อ ข้าไม่อยากพูดเรื่องนี้มาก ข้ามไปแล้วกันนะ)
     
    เอ้อ! อีกอย่างหนึ่ง ที่ข้าพูดไปแต่ต้น มนุษย์คิดเข้าข้างตัวเองอย่างร้ายกาจ นอกจากหลงว่าตนประเสริฐแล้ว ก็เรื่องความรักนี่ล่ะ ที่มนุษย์มันเข้าข้างตัวเอง

    ตอนข้าเขียนถึงเจ้า พระจันทร์ที่นี่สวยงามมาก จันทร์เสี้ยว เจ้าคงไม่เคยเห็นสินะ พระจันทร์เป็นวงกลม ครึ่งวงกลม เสี้ยววงกลม แล้วก็มืด สลับกันไปในแต่ละคืน ก็เพลินตาไปอีกแบบ แม้จะไม่ได้หลากสีดังเช่นดินแดนของเรา  เซร่า! ข้าคิดถึงมัวร์ หน้าแมวแมวรักของข้า มันยังอยู่ดีไหม? ที่โลกมนุษย์ก็มีแมวเหมือนกัน แต่ดูต่างจากแมวของเราบ้าง ตรงที่มันพูดไม่ได้แล้วก็ลอยตัวไม่ได้ แล้วก็สีซ้ำๆกัน (แค่ ขาว ส้มอ่อน นวลๆ น้ำตาล ดำ เทา ประมาณนั้น) ตอนนี้ข้าก็เลี้ยงแมวของมนุษย์อยู่ตัวหนึ่ง ข้าอยากให้มัวร์มาเห็นจัง มัวร์คงจะชอบ

    ข้าอยากพูดถึงภูเขาและทะเล เกาะที่มีต้นปาล์ม(อยากให้เจ้าเห็นจังเลย) มันเป็นสถานที่สวยงาม ที่เหลือน้อยแล้วล่ะในโลก เพราะมนุษย์ที่แหละ ที่ทำให้มันไม่สวยงามอย่างเดิม ทะเลคือผืนน้ำกว้างๆ(เค็มด้วยล่ะ!) ริมน้ำจะเป็นทราย เรียกว่าหาดทราย ที่หาดทรายมีเปลือกหอยเต็มไปหมด (ข้าอยากให้เจ้านึกถึงหอยมุกเวทย์มากกว่าหอยชาราสิราบาที ที่เจ้าชอบกิน) น้ำจะซัดเข้าหาฝั่ง เรียกว่าคลื่น (ไม่ใช่คลื่นเวทมนตร์นะเจ้า) มันเป็นน้ำซัดเป็นระลอกๆน่ะ สุดสายตาเป็นเส้นลากแนวนอน เรียกว่าเส้นขอบฟ้า บางที่เจ้าอาจเจอเกาะ แต่ยังไงเจ้าก็เห็นเส้นขอบฟ้าไกลๆอยู่ดี (ถ้าเจ้าอยากเห็น ลองเทน้ำใส่จาน แล้วย่อตัวเจ้าเองลงไปมากๆ สักหมื่นเท่าดู) ต่อไปภูเขา มันเป็นเนินดินสูงๆ ที่มีต้นไม้ปกคลุม ข้าคาดว่ามันควรจะมีสัตว์ป่า แต่แทบไม่เหลือแล้วล่ะ (เพราะอะไร ข้าว่าเจ้าเดาได้ ข้าบ่นมาเสียยืดยาว)

    นั่นสินะ ข้าบ่นยืดยาวแล้ว เอาเรื่องดีๆสนุกๆบ้าง ข้าสมมุติอยู่ว่าตัวเองเป็นมนุษย์ล่ะ! เดินอย่างมนุษย์ กินอย่างมนุษย์ นอนอย่างมนุษย์ ข้าผนึกเวทย์ส่วนใหญ่ของตัวเองไปแล้ว เหลือไว้เล็กๆน้อยๆเพื่อความสะดวก ข้าได้ลองคาดหวัง แล้วก็พบว่า ความผิดหวังมันเจ็บจริงๆด้วย (ฮะๆ) แต่มันทำให้ความสำเร็จ(เจ้ารู้จักคำนี้มั้ย?) หอมหวานขึ้น ยิ้ม
     
    ข้าอยู่ในประเทศเล็กๆของโลก บางทีก็ดูเหมือนสงบ บางทีข้าก็ว่าวุ่นวายบอกไม่ถูก ข้าปรับตัวเข้ากับมันได้แล้วล่ะ

    ข้าก็สนุกกับการเป็นมนุษย์อยู่นะ แต่ข้าคิดถึงชาเอเดียนสุดโปรดเหมือนกันถ้วยกาแฟ ที่นี่ไม่มีให้ดื่มเลย (แต่ก็มีชาอย่างอื่นที่ดีพอๆกัน) ข้าคิดว่าเจ้าคงสบายดี

    ว่าจะจบแล้ว พูดถึงสบาย ข้าก็นึกได้ว่า มนุษย์มีโรคภัยมากมายเหลือเกิน สารพัดเลยทีเดียว ตั้งแต่หัวจรดเท้า มีส่วนใดที่เจ้าคิดออก มันก็เป็นโรคได้ทั้งนั้นแหละ!
     
    ข้าคงจะอยู่โลกมนุษย์ไปอีกสักพัก (ไม่เกินร้อยปีหรอก) แล้วเจอกันเมื่อข้ากลับไป ข้ามีของฝากเจ้าเพียบแน่นอน (จัดห้องเจ้าไว้ดีดีล่ะ)ขยิบตา 
     
    ปล. ฝากจูบเจ้ามัวร์ตัวน้อยของข้าด้วย
     
    แล้วเจอกัน

    รัก(ลองลงท้ายแบบมนุษย์ดู)

    ดาวอีทาเอร์เดียร์เบอนาดิอาร์คบรูวอาดราคาดาบรา (ถ้าเจ้าต้องการคำลงท้ายแบบพวกเรา)
    ริมฝีปากแดง                   
    อเลเมดา อาวองซ์เซย์ อคาดัคครูเมร์ที่เจ็ด มอร์รี่โรว์ ออ พิเสร์บูทรี
    (ข้าล่ะเกลียดชื่อยาวๆของตัวเองจริงๆ ชื่อมนุษย์สั้นมากเลยรู้ไหม พยางค์สองพยางค์ก็พอแล้ว)