Jinnipar's profileजिंनिपर चोचम्नंPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October 27 ความดีคืออะไรความดี...ใครบ้างไม่เคยได้ยินคำนี้??
อยากเป็นคนดี
จงคิดดี พูดดี ทำดี
รู้สึกดี
ฯลฯ
มีคำมากมายเกี่ยวกับคำๆนี้
แต่ไม่มีใครบอกได้ชัดเลยว่ามันคืออะไร
นั่นสินะ...ความดีคืออะไร??
ถ้าบอกคร่าวๆ น่าจะเป็นความคิดด้านบวก ความน่าปรารถนา น่าพึงใจ
และที่แน่นอน ตรงข้ามกับคำว่าชั่ว
แต่ถ้าจะให้ชี้ชัดนิยามจริงๆเห็นจะยาก
มันเป็นอนิยามกระมังนะ
ความดีและความชั่วไม่ได้แบ่งฝ่ายชัดเจนดังสีขาวสีดำ
แม้ว่า เมื่อเรานึกถึงความดี สีขาวสะอาดจะเกิดขึ้นในอุดมคติ
เช่นเดียวกับเมื่อนึกถึงความชั่ว สีดำจะแผ่ขยาย
ทว่า...
ในสิ่งที่เราเรียกว่าเรา"ทำดี" มันไม่ได้เป็นสีขาวสะอาดจนบริสุทธิ์เสียหน่อย
อย่างมากมันก็เป็นสีเทาจางๆ
ไหนๆแล้ว ในเมื่อความดีเป็นอนิยาม
ลองคิดกันเล่นๆดีกว่า
สมมุติให้การกระทำอย่างหนึ่ง เรียกว่า x
x ใดๆนี้ เราจะบอกได้อย่างไรว่าเป็นความดีหรือความชั่ว
ในเมื่อมุมมองของคนนั้นต่างกัน
บางคนอาจมองว่าดี สมมุติค่าให้ x > 0
บางคนอาจมองว่าไม่ดี สมมุติค่าให้ x < 0
และบางคนอาจเฉยๆกับการกระทำนั้น นั่นคือ x=0
เราใช้อะไรตัดสิน??
เราไม่มีจุดคงที่สำหรับเปรียบเทียบ
ถ้าเทียบกับสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ นั่นคือ เราไม่มีเลขศูนย์!!
อย่างที่บอก มุมมองของคนต่างกัน คนจึงมักคิดว่าตนดี
คนดื่มเหล้า ก็บอกว่าดีกว่าติดยาเสพติด
ในที่นี้คือ x=การดื่มเหล้า และ 0=ติดยา
ดังนั้นx>0 มันจึงเป็นเรื่องดี
คนฆ่าคนก็บอกดีกว่าฆ่าข่มขืน คนฆ่าข่มขืนก็บอกดีกว่านักฆ่าร้อยศพ
ไม่ว่าคนทำเรื่องเลวใดๆ ก็มักจะใช้จุดอ้างอิงที่มีค่าต่ำกว่า เพื่อให้ตน "ดี"
ในขณะเดียวกัน คำว่า"โลภ" ของมนุษย์ก็ไม่มีที่สิ้นสุด
คนมีเงินหนึ่งหมื่นบาท ก็ว่าไม่ดีเหมือนบุคคลอีกผู้หนึ่ง ที่มีเงินหนึ่งแสนบาท
นั่นคือกรณีนี้ มีเงิน 10,000=x และ มีเงิน 100,000 = 0
x<0 คนเราจึงไม่รู้จักพออยู่วันยังค่ำ
นี่หรือมนุษย์...
เมื่ไหร่หนอมนุษย์จะรู้จักคำว่า"พอดี"
ให้ x=0 เสียที
มองสิ่งที่ตนมีอย่างพอใจ
มองว่าตนมีสิ่งที่ดี
และไขว่คว้าในสิ่งที่ดีกว่า
ด้วยระดับเท่าๆกัน
....
อ่านแล้วเครียดมั้ย?? อย่าคิดมากเลย ไม่มีใครมอง x=0 ได้เสมอไปหรอก แม้แต่เราเองก็เถอะนะ - -"
ฟังเพลงคลายเครียดกันดีกว่า
A Lover’s Concerto - Sarah Vaughan ประสานเสียงแห่งรัก
* How gentle is the rain, that falls softly on the meadow. Birds high up on the trees, serenade the clouds with their melodies. * อันสายฝนแสนอ่อนโยน ช่วยทำให้ทุ่งหญ้าได้ชุ่มฉ่ำ เจ้านกน้อยบนต้นไม้ ส่งเสียงร้องออกมาประสานเสียงเป็นเพลง
(Repeat *) (ซ้ำ *)
See there beyond the hill, the bright colors of the rainbow. Some magic from above. Made this day for us, just to fall in love. มองเลยยอดเขาออกไป สดใสไปด้วยสีสายรุ้งงาม เป็นของขวัญจากฟากฟ้า ทำให้ในวันนี้ สองเราได้รักกัน
** You'll hold me in your arms, and say once again you'll love me. And that your love is true, everything will be just as wonderful. ** ในโอบกอดอุ่นเธอนั้น บอกฉันอีกครั้งว่าเรารักกัน และนี่คือความเป็นจริง มันทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูสวยงาม
(Interlude) (บรรเลง)
Now, I belong to you, from this day until forever. Just love me tenderly and I'll give to you every part of me. เราจะได้อยู่คู่กัน วันนี้และตลอดจากนี้ไป เพียงให้ความรักแก่กัน รักอย่างนี้ทุกวัน รักทั้งกายและใจ
Don't ever make me cry, through long lonely nights without us. Be always true to me, keep this day in your heart eternally. เราห่วงใยกันเสมอ ในคืนที่ต้องอยู่อย่างเดียวดาย ความรักที่มาจากใจ จะไม่แปรเปลี่ยนไป รักแท้ตลอดกาล
(Repeat **) (ซ้ำ **) * ขอบคุณ http://paepae.exteen.com/20051118/lover-s-concerto สำหรับเนื้อเพลงและคำแปล
**สำหรับเรา เราว่าเพลงนี้"ดี" แต่ถ้าจะมีคนบอกว่าไม่ดี มันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของคน
***จะเปิดเทอมแล้ว ม่ายยยยยย
****ยังอ่านหนังสือที่ไปซื้อจากสัปดาห์หนังสือไม่หมดเลย -*-
*****ตอนนี้อ่าน AHouseDividedอยู่ หนามาก
******แต่ยังไม่เท่าเอรากอน
*******ไม่อยากเปิดเทอม T^T
********แล้วแต่มุมมองอีกว่า เปิดเทอมมันดีรึไม่ดี
*********จบ!!
October 18 หน้ากระดาษอันแสนว่างเปล่า...กระดาษ...ถึงจะเขียนอะไรลงไปมันก็ยังเป็นกระดาษ
ไม่ว่าจะบทประพันธ์ชั้นเลอเลิศ หรือ ภาพวาดของเด็กสามขวบ
ก็ไม่ได้ทำให้กระดาษนั้นเปลี่ยนแปลงไป
ส่วนค่านั้นหรือ...ก็มาจากภายนอกเท่านั้นแหละ
กระดาษก็ยังคงทำจากไม้ เผาได้ ทำลายได้ง่ายดายเหมือนๆกัน
หน้ากระดาษที่ว่างเปล่านั้น รอคอยคนเติมแต่งสิ่งใดลงไปอยู่หรือเปล่านะ...
บางทีอะไรที่เห็น มันอาจไม่ใช่อย่างที่คิด หน้ากระดาษที่ว่างเปล่า อาจมีอะไรซ่อนอยู่
แต่บางที...บางอย่างก็ไม่สมควรไปรู้หรอก
ทุกอย่างที่ทำไปมีเหตุผลนะ แต่ไม่ขอบอกก็แล้วกัน
อย่าถามว่าทำไม...
ถ้าไม่มาลากข้อความตรงนี้ ปล่อยให้มันว่างเปล่าต่อไป คุณก็คงปิดหน้านี้ลงด้วยความรู้สึกเฉยๆ แทนที่จะเป็นความทุกข์ใจ
ใช่มั้ยล่ะ...
ถ้าไม่รู้...เท่านั้นเอง
บางอย่างก็ไม่ควรอธิบาย
แต่อยากให้รู้ว่า
กระดาษนั้นไม่อาจดีพอให้นำไปใช้สำหรับคุณ...
เพราะมันช่าง...อ่อนแอ ไม่ทนอะไรเลย...ทั้ง ดิน น้ำ ลม หรือ ไฟ
หรือแม้แต่...หัวใจตัวเอง
ทิ้งกระดาษนี้เถอะ...สักวันมันจะผุพังลงดินเอง
ไปหาแผ่นทองคำที่แสนงดงามดีกว่า...
*END* October 10 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเป็นมนุษย์รายงาน วิชา สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ในฐานะผู้ร่วมสังคม
เรื่อง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเป็นมนุษย์
ถึงแม้การเป็นมนุษย์จะขาดความสะดวกสบายไปหลายส่วนเมื่อเทียบกับแม่มด แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นเล่า...ช่างยิ่งใหญ่นัก
"ความสุข"ที่ได้จาก"ความพยายาม"ช่างเลอค่ากว่าการเสกสรรค์ด้วยเวทมนตร์ใดๆ อาหารที่ทำด้วยมือ และหัวใจ อร่อยด้วยรสแห่ง"ความพยายาม"อร่อยกว่าการเสกสร้างด้วยมนตราอย่างเปรียบเทียบมิได้
ความสุขที่เกิดขึ้นเมื่อสามารถผ่านพ้นมรสุมแห่งชีวิตอันเลวร้ายหรือปัญหาใดๆ มีค่ายิ่งกว่าการย้อนเวลากลับไปแก้ไขเมื่อผิดพลาด แล้วกลับไปฝันร้ายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมถึงจินตนาการอันเลวร้ายสำหรับสิ่งที่ไม่ได้รับการแก้ไข ช่างขมขื่นยิ่งกว่าการพยายามทำให้มันผ่านพ้น...ด้วยตัวของเรา แม้จะยากเย็นเพียงไรก็ตาม
สำหรับแม่มดที่สามารถรู้เห็นทุกสิ่งบนโลกนี้นั้น "ความไม่รู้" นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงซึ่งให้ได้ทั้งสุขและทุกข์ บางครา ถ้าเรารู้อะไรแล้วไม่สบายใจ ก็นับว่าเป็นทุกข์ ซึ่งไม่รู้นั้นอาจจะดีเสียกว่าก็ได้ แต่ถึงกระนั้น ข่าวร้ายใดๆที่ได้รับรู้ แม้จะนำมาซึ่งความทุกข์ แต่ก็มาพร้อมคำปลอบประโลมใจให้ความทุกข์นั้นลดลงไปพร้อมๆกับสายใยแห่งมิตรภาพที่เพิ่มขึ้นและผูกพันกลมเกลียว
"ความห่วงใย" แม้มนุษย์ไม่มีอำนาจเสกให้ใครคนใดคลายทุกข์เศร้าได้โดยตรง แต่ความเป็นห่วงพร้อมกับการเฝ้าภาวนาก็ให้สิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินมนตราบทใด นั่นคือ"มิตรภาพ" ถึงแม้จะไม่มีอะไรมากไปปกว่าคำอวยพรหรือคำปลอบประโลมที่เอ่ยมาเพียงปากเปล่า แต่"กำลังใจ"ที่ได้รับช่างเอ่อล้นจนเป็นแรงหลักที่จะช่วยผลักดันให้เขาคนนั้นพ้นผ่านอุปสรรคที่ขวางกั้น ไปพบความสุขที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าได้
สำหรับแม่มด"ความสูญเสีย"นับเป็นสิ่งอันแสนไกลเกินตัว เพราะไม่เคยสูญเสียสิ่งใด ไม่รู้จักคำว่า เสียใจ เสียดาย นับว่านักหนาเอาการเมื่อรู้จักคำๆนี้ เมื่อเราต้องสูญเสียองล้ำค่าไปอย่างเรียกคืนไม่ได้ แต่มันก็เป็นการเตือนสติให้พึงระลึกว่า "เราควรดูแลสิ่งที่มีความหมายในชีวิตให้ดีตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป"ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นพรุ่งนี้หรืออีกหลายสิบปีก็ตาม
"ความรัก" เป็นสิ่งสุดท้ายที่ได้เรียนรู้ มันเป็นสิ่งที่แยกมนุษย์ออกมาจากแม่มดออย่างชัดเจน มนุษย์เรียนรู้ที่จะรัก มนุษย์ไม่เกรงกลัวความสูญเสีย ความเจ็บปวด แม้เมื่อมันมาถึงจะทำให้เจ็บเจียนตายก็ตาม เพราะความทุกข์เหล่านั้นจะถูกชดเชยด้วย"ความทรงจำ"ที่มีให้กันและกัน ซึ่งจะช่วยเช็ดน้ำตาและปลอบประโลมจิตใจให้คลายทุกข์ เพื่อความสุขในวันข้างหน้าต่อๆไป และยังมี"ความห่วงใย"จากผู้อื่นรอบด้าน ทำให้มี"กำลังใจ"ในการต่อสู้ความทุกข์นั้นๆ ซึ่งจะทำให้มนุษย์สามารถยืนหยัดบนโลกนี้ได้อย่างมีความสุข แม้จะมีทุกข์เวียนวนรอบกายเพียงไรก็ตาม
[อภิปราย]
สำหรับมนุษย์แล้ว...
[สรุป]
ปล. ทราบแล้วค่ะว่าทำไมประชากรแม่มดมีน้อยเหลือเกิน และจำนวนแม่มดที่ผ่านหลักสูตรนี้ก็น้อยเช่นกัน เพราะแม่มดที่เข้าเรียนหลักสูตรนี้เกือบทุกคน จะเสกตัวเองให้กลายเป็นมนุษย์หลังเขียนรายงานจบ
และนับจากนี้...ประชากรแม่มดจะน้อยลงอีกหนึ่งคน October 02 ดอกไม้...เกิดมาเพื่ออะไร??โอเค...เรารู้กันว่าดอกไม้เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ของพืช แต่ทำไมล่ะ มันถึงได้สวยสดงดงามเช่นนั้น
ดอกไม้ดอกหนึ่งที่บรรจงเบ่งบานขึ้นมาพร้มกับกลิ่นหอมขจรขจาย เพื่อแต่งแต้มธรรมชาติอันแสนสงบและเยือกเย็น...ทว่าเงียบเหงาอย่างที่สุด ให้สดใสสวยงามด้วยสีสันต่างๆนานานี่เอง
มันจะเหมือนกับการเปิดรับอะไรใหม่ๆเข้ามาในชีวิตรึเปล่านะ ให้ชีวิตเราสดใสและมีมุมมองใหม่ๆมากขึ้น
คนเรามักมองดอกไม้แค่ความสวยงาม แต่แท้จริงนั้น ดอกไม้ก็เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน ทั้งให้อากาศบริสุทธิ์พร้อมกับกลิ่นหอมหวาน และ...อาหารหล่อเลี้ยงชีวิต
หมู่ผึ้งแมลงจะอยู่ได้อย่างไรกันโดยปราศจากดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นผึ้งงานชั้นต่ำต้อยหรือผึ้งนางพญา ก็ล้วนพึ่งพาดอกไม้ทั้งนั้น พึ่งพาน้ำหวานเป็นอาหารค้ำจุนชีวิตนั่นเอง
ก็เหมือนกับคนไม่ว่าจะยิ่งใหญ่อำนาจล้นฟ้า สุดท้ายคนก็คือคน ยังไงก็ก็ต้องกินอาหาร ยังไงอึออกมาก็เหม็น ไม่มีใครยิ่งใหญ่เกินใครหรอก สำหรับธรรมชาติ
กว่าวันที่เมล็ดน้อยๆจากต้นแม่ร่วงลงสู่ดิน งอกเงยเป็นต้นกล้าและเริ่มเติบโต มันนานเพียงไรกันนะ กว่าดอกไม้น้อยๆจะแย้มกลีบออกเบ่งบาน เพื่อแต่งแต้มโลกอันเงียบเหงานี้ให้สดใส สมควรแล้วหรือที่จะตัดมัน พรากมันจากต้นไปสู่ความตาย เพียงเพื่อเป็นของขวัญให้ใครคนหนึ่ง
ดอกไม้ที่อยู่ติดต้นอาจคงทนนานนับสัปดาห์ หากแต่ว่าเมื่อมันถูกพรากมา มันก็เริ่มเหี่ยวเฉาในเวลาไม่นาน ไม่ว่าจะดูแลมันดีแค่ไหนก็ตาม
ก็เหมือนคนเราที่ไม่อาจอยู่โดยปราศจากหัวใจ...
การทำอะไรก็มีจุดเริ่มต้นทั้งนั้น กว่าวันที่ดอกจะเบ่งบานก็ยาวนานเช่นกัน อย่ามองเพียงว่าสวย ลองมองย้อนไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่า ดอกไม้ดอกนี้สวยได้ด้วยอะไรกันนะ น้ำค้างยามค่ำคืน?? อากาศแสนสบาย?? หยดหยาดฝนจากฟากฟ้า?? หรือแม้แต่เจ้านกที่คาบเมล็ดมาถ่ายลง ณ ที่ นี้ ก็ตาม ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้ดอกไม้เบ่งบาน เพื่อโลกนี้...
อย่ามองอะไรแค่ความสำเร็จเมื่อใครคนหนึ่งไปถึงมัน จงมองตั้งแต่จุดเริ่มต้น อุปสรรคที่เขาผู้นั้นฟันฝ่า กว่าจะได้มาเพื่อความสำเร็จอันหอมหวาน
เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว คิดว่าน่าจะจบซะทีนะ
ขอบคุณที่อ่าน
หุๆ รูปมันต้องไม่ใช่เซตเดียวกันแน่ เพราะเราไม่ใช่คนถ่ายเองนี่นา
ปล. ลองหาหน่อยก็ได้นะ บล็อกนี้มันมีอะไรซ่อนอยู่
ปล.2 บล็อกที่แล้วด้วย ไม่รู้เห็นกันป่าว |
|
|