Jinnipar 的个人资料जिंनिपर चोचम्नं照片日志列表更多 工具 帮助
1月31日

เดินเกษตรแฟร์

ปีนี้ตอนแรกว่าจะไม่ไปเดินแล้วนะเพราะไม่รู้ว่าจะไปเดินกับใคร ไปๆมาๆ สุดท้ายก็ไปเดินจนได้
สรุปก็ไปกับพี่เลี้ยงนั่นแหละ
 
ไปก็เดินๆๆๆ ตามปกติ (คิดว่าปกตินะ -*-)
 
ของที่ได้ก็ไม่มีไร นอกจากต้นไม้ ต้อนยิปซี ชวนชม แล้วก็ต้นรักแรกพบ
ไอ้ต้นหลังสุดเนี่ย โคดแพง
ต้นเล็กๆที่ซื้อมาอ่ะนะ 150 แต่ต้นใหญ่กว่านี้หน่อย แล้วมีดอก
พันกว่า -  -"
 
เจอหมิวแว๊บๆ ด้วย
 
ไม่ค่อยเจอเพื่อนคนอื่นแฮะ
 
อ้อๆ เจอพี่อิ๊กนั่งอยู่ รู้ป่าวว่าตรงนั้นมีรังต่อ(ไม่ก็แตน) อยู่อย่างน้อยสี่รัง -*-
ลืมเตือนอ่ะ โทษที มัวแต่ตกใจที่เจอ (ไม่น่าใช้คำว่าตกใจ เอาเป็นแปลกใจละกัน)
หวังว่าจะแคล้วคลาดนะพี่
 
เจอหมาน้อยไซคุง >w< ไซบิเรียนฮัสกี้
น่ารัดค่อดๆ ขนนุ่มมาก เห็นแล้วอยากอุ้มกลับบ้าน
ไม่ใช่ไรหรอก สงสารมันอ่ะ ขนหนาๆมาอยู่ในกรง ร้อนตายเลย T^T
ซักวันจะเลี้ยงให้ได้ แง่มๆ
 
บริจาคเงินให้มูลนิธิสัตว์พิการอะไรซักอย่างไป (เขียนทำไมเนี่ย -*-)
 
.
.
.
.
ไม่มีอะไรจะเขียนแล้ว
 
พอดีกว่า
**เบื่ออ่ะ อยากไปเที่ยว แต่ไม่รู้จะไปไหนดี
 

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว บ่นซักนิด
 
คนเราเนอะคนเรา เป็นอะไรที่เราไม่ชอบจริงๆเลย เอาชีวิตคนอื่นมาขายเนี่ย
เรื่องก็มาจากโซนสัตว์เลี้ยงในงานเกษตรแฟร์
 
อย่างที่บอก อากาศก็ร้อน หมาๆแมวๆก็ร้อนกันจะแย่ แต่ละตัวนอนกันทั้งนั้น
เห็นแล้วสงสาร แต่ไม่รู้จะทำไง -*-
เชื่อเลยว่าซื้อไปก็ไม่แข็งแรง
ไหนจะสารพัดโรคอีก ถ้าตัวนึงเป็น คงเป็นยกฝูง
 
เดินผ่านไป เจอร้านนึง ลูกหมามันร้อง
ดังมากๆ เห็นแล้วก็สงสารนะ
 
ไม่รู้ทำบาปมาด้วยอะไร ต้องมาถูกขังในที่ร้อนๆ เพื่อไปกับใครไม่รู้
เฮ้ออ ขอให้หมาน้อยทั้งหลายมีใครมาซื้อไปซักทีนะ เห็นแล้วสงสาร -*-
 
ถ้าฝนตกลงหมา หมาน้อยทั้งหลายจะเป็นยังไงนะ....
 
 
สักวาเกษตรแฟร์ช่างแย่นัก
หมาน่ารักแมวสวยดีมีมากหลาย
แต่อากาศร้อนนอนเบียดกันแทบตาย
อยู่มากมายในกรงแคบไม่พอตัว
ดูดอกไม้หลายพันธุ์ก็ชั้นเลิศ
ช่างประเสริฐเว้นราคาน่าสลัว
ทั้งหลักร้อยพันหมื่นน่าตื่นกลัว
คงหมดตัวถ้าซื้อกลับมาเอย
 
 
 
1月30日

ถ้าทุกคนในโลกนี้มีเวทมนตร์

จะมีคนมาสงสัยมั้ยนะ ว่า ถ้าเราไม่มีเวทมนตร์จะเป็นเช่นไร

เหมือนว่ามนุษย์เรานี้จะแสวงหาแต่สิ่งที่ตนไม่มี ไม่รู้จักพอ แสวงหาไม่จบสิ้น

แล้วหันกลับมาดูตัวเองบ้างหรือเปล่า

เคยมองสิ่งที่ตัวเองมีมั้ย ก่อนจะแสวงหาอะไร

เรามองแต่อะไรที่ตัวเองไม่มีนั่นแหละ เชื่อได้เลย ถ้าเรามีเวทมนตร์ เราก็คงไม่เห็นค่าของมันหรอก เราก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติๆที่ใครๆเค้ามีกัน เป็นต้นทุนของชีวิต ทั้งๆที่คนในโลกฝั่งนี้มองว่าเป็นกำไรมหาศาล หากมีสิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์อยู่กับตัว

คนเราแสวงหา"ความพิเศษ" ความเป็นหนึ่งเดียวของตนเอง ความเป็นตัวของตัวเอง หรืออะไรก็ตามแล้วแต่จะเรียก ที่จะทำให้ตนเองนั้น เด่น ต่าง หรืออะไรแล้วแต่จะเรียกเช่นกัน ที่ใช้ตนออกจากผู้อื่น

นี่เป็นสิ่งที่พบตามสังคมทั่วไป

เรามักจะคิดว่าตนเป็นคนธรรมดา แสวงหาแต่ความพิเศษ สิ่งที่ดีกว่า แต่ถ้าเราไปยืนในอีกที่หนึ่ง จะทำให้ความคิดของเราเปลี่ยนไปมั้ยนะ

เหมือนจุดสีเทาเล็กๆ ถ้ารวมอยุ่ในหมู่สีเทา ก็ดูธรรมดาไม่อาจแยกแยะ

ถ้าเราไปยืนในสีดำสนิทหรือขาวสะอาด เราจะโดดเด่นขึ้นมา

เริ่มต้นที่ความคิด

คนสิ้นเนื้อประดาตัวหนึ่งคน มายืนในกลุ่มคนธรรมดา ย่อมหม่นหมอง

แต่ถ้าเขาไปยืนในหมู่คนที่สิ้นหวังกว่าเขา คนพิการที่ไม่มีแม้แต่แขนขาไว้ใช้งาน

คนสิ้นเนื้อประดาตัวคนเดิมนั้นย่อมเปลี่ยนความคิดจากติดลบเป็นบวกได้

 

คนมีเงินห้าสิบบาท ย่อมแสวงหาเงินมากกว่านั้น เมื่อเขายืนอยู่ในกลุ่มคนทั่วไป ที่ค่อนข้างมาฐานะ

แต่ถ้าคนๆนั้นไปยืนอยู่ในชุมชนเดียวกับคนมากมายที่ไม่มีแม้สักบาทไว้ซื้อข้าวกินล่ะ

 

ทำไมคนที่มีมากมายถึงไม่เป็นสุข

ทำไมคนที่มีไม่มากมาย แต่ก็สุขใจได้

เพราะคำว่า "รู้จักพอ"

 

ถ้ามนุษย์ทุกคนรู้จักพอได้ คงไม่มีคำว่าเวทมนตร์ให้แสวงหา ไม่มีคำว่าความสะดวกสบายกว่านี้ให้ปรารถนา

 

รึเปล่านะ??


อยากมีเวทมนตร์ไม่ผิดหรอก แต่จะมีไว้ทำไม เท่านั้นเอง

1月26日

วัยรุ่นไม่ตั้งใจนอนตื่นสาย แต่นาฬิกาในร่างกายไม่เป็นใจ

     เอเจนซี - นักวิจัยระบุความขัดข้องของนาฬิกาชีวภาพ เป็นสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นไม่ค่อยยอมหลับยอมนอน พลอยทำให้ตอนเช้าไม่ค่อยอยากจะตื่นไปโรงเรียน
       
       นิตยสารนิวไซเอนทิสต์ (New Scientist) ฉบับล่าสุดรายงานว่า พบหลักฐานบ่งชี้ว่า วัยรุ่นขาดความสามารถทางชีววิทยาในการเข้านอนแต่หัวค่ำ
       
       "นี่ไม่ใช่ปัญหาขี้ประติ๋วเลย เพราะถ้าวัยรุ่นต้องอยู่ในเขตเวลาต่างออกไป เช่น ถูกบังคับให้นอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้าไปโรงเรียนก่อนที่ร่างกายจะพร้อม นั่นไม่เพียงทำให้ชีวิตที่โรงเรียนกลายเป็นปัญหาสำหรับพวกเขาและครูเท่านั้น แต่ยังทำให้เด็กมีความเสี่ยงทั้งในแง่อนาคต ศักยภาพ สุขภาพ หรือแม้แต่ชีวิต"
       
       ศาสตราจารย์เดวิด บราวน์ จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา ยังกล่าวอีกว่า วัยรุ่นมักมีผลงานแย่มากในช่วงเช้า ซึ่งมักเป็นช่วงเวลาของการทดสอบในห้องเรียน อย่างไรก็ตาม การได้เกรดดีๆ อาจเป็นปัญหาเล็กน้อยที่สุดสำหรับวัยรุ่น โดยงานวิจัยอีกชิ้นแสดงให้เห็นว่า การที่นาฬิกาชีวภาพในร่างกายถูกรบกวนอาจมีผลร้ายแรงต่อสุขภาพ
       
       การทดลองกับหนูแฮมสเตอร์พบว่า การเปลี่ยนแปลงวงจรการหลับและตื่นส่งผลน่าตกใจอย่างยิ่ง
       
       ดร.มาร์ติน ราล์ฟจากมหาวิทยาลัยโตรอนโตเช่นเดียวกัน แจงว่าระบบหัวใจของหนูถูกทำลาย พวกมันยังเป็นโรคไต และตายเร็วกว่าปกติ
       
       "เด็กๆ มักตาสว่างเวลากลางคืน ก่อนที่ร่างกายควรจะตื่น เลยมีปัญหาคล้ายๆ กับอาการที่ร่างกายปรับตัวไม่ทันจากการเดินทางข้ามเขตเวลา หรือ jet lag เรื้อรัง ซึ่งการทดลองกับสัตว์แสดงให้เห็นว่า เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก"
       
       ผลการศึกษาอีกหลายชิ้นบ่งชี้ว่า วัยรุ่นที่นอนไม่พอ มีแนวโน้มที่จะสูบบุหรี่ ซึมเศร้า กังวล และเป็นโรคอ้วน มากกว่าเพื่อนๆ ที่พักผ่อนเต็มที่
       
       นอกจากนั้น ครึ่งหนึ่งของผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เพราะหลับใน ยังมีอายุระหว่าง 16-25 ปี แม้การนอนไม่พอมีผลลบร้ายแรง แต่กลับมีวัยรุ่นเพียง 1 ใน 5 ที่นอนหลับพักผ่อนถึง 9 ชั่วโมงตอนกลางคืน สถานการณ์ดังกล่าวเลวร้ายขนาดที่วัยรุ่นจำนวนมากขึ้นแสดงอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคง่วงหลับ (narcolepsy) หรืออาการชอบหลับชั่ววูบโดยไม่รู้ตัว
       
       ทั้งนี้ วงจรธรรมชาติของคนเราถูกตรวจสอบด้วยกลไกสองตัวๆ หนึ่งทำให้ตื่น อีกตัวทำให้หลับ
       
       ในช่วงกลางวัน ความกดดันให้รู้สึกง่วงนอนจะถูกกำราบโดยฮอร์โมนที่มีแสงเป็นตัวกระตุ้น แต่พอถึงตอนกลางคืน ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้รู้สึกง่วง ขณะที่อุณหภูมิของร่างกายจะเย็นลง และกระบวนการเผาผลาญอาหารทำงานช้าลงจนเราผล็อยหลับไปในที่สุด
       
       แต่สำหรับวัยรุ่น มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญสองอย่าง ได้แก่ ความกดดันให้รู้สึกง่วงจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปมาก ทำให้วัยรุ่นนอนดึก ร่างกายของพวกเขาจะเริ่มผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินช้ากว่าปกติประมาณ 1 ชั่วโมง ขณะที่นักวิจัยบางกลุ่มพยายามหาวิธีตั้งนาฬิกาชีวภาพของวัยรุ่นใหม่ นักวิจัยอีกบางกลุ่มกลับมองหาทางออกที่ง่ายกว่านั้น เช่น ข้อเสนอของ ดร.ราล์ฟให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเริ่มเรียนหลัง 11 โมงเช้า เป็นต้น
โดย ผู้จัดการออนไลน์
 

 
เอามาลงเพราะบรรทัดที่เราขีดเส้นใต้  555+
1月19日

ความสุขอยู่หนใด ค่าแห่งชีวิตอยู่หนใด

      
       สุนัขขบกระดูกเคี้ยว         ยามบ่าย
แมวตบตะปบไม้                   โลดเล่น
สัตว์เดระสุขง่าย                    สะดวก      ใจเฮย
สัตว์ประเสริฐไม่เห็น                ความสุข     ใกล้ตัว
 
- * - * -  * - * - * - * -  * - * - * - * -  * - * - * - * -  * - *
 
         หญ้าแฝกรากหยั่งยั้ง        ลงดิน
ยื้อยุดฉุดธรณินทร์                   ติดไว้
กันหน้าดินมิให้                       เหลวแหลก ลงโคลน
ชีวิตคนเล่าไร้                        กว่าหญ้า เทียวหรือ
 
 
1月14日

เมื่อเเปดนอนหลับ

หากเราค้นพบอินฟินิตี้ หรือ อนันต์ เราจะพบอะไรที่นั่นบ้างนะ...
 
 
 
1. เราจะพบจุดตัดของเส้นขนาน
 
2.เราจะพบจำนวนที่มากและน้อยที่สุด
 
3.เราจะพบจุดสิ้นสุดของจักรวาล
 
4.เราจะพบผลลัพธ์ของการหารอะไรก็ตามด้วย 0
 
5. เราจะพบจุดสิ้นสุดของทศนิยมไม่รู้จบ และค่าทางคณิตศาสตร์ต่างๆ เช่นค่าพาย
 
6. เราจะพบภาพสะท้อนจากวัตถุที่อยู่บนโฟกัส ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด
 
7. เราจะพบขีดจำกัดของหลายๆสิ่ง
.
.
.
.

. เราจะพบขอบเขตของความรัก

 


 

แต่ยังไงเราก็คงไม่มีทางเจอหรอกจริงไหม....ความอนันต์

 *แอบนึกถึงเพลง คือรักไม่สิ้นสุด

*บล็อกแอบวิชาการปนเพ้อ -*-

 

1月8日

มองโลกผ่านเลนส์

06/01/50 ใส่แว่น...
 
 
การมองโลกผ่านแว่นที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น ได้อะไรเยอะนะ
 
-สอนให้รู้ถึงความสุขที่ไม่เคยสนใจมันมาก่อน
    หน้าว่างๆที่ปราศจากแว่นเนี่ย ช่างเบ๊าเบา สบาย...จริงๆนะ
 
-สอนให้มองตรงไปข้างหน้า
    เพราะมองไปข้างๆจะออกนอกกรอบ พาลมองอะไรไม่ชัดอีกน่ะสิ
 
-สอนให้รู้จักดูแลตัวเอง
    จะได้ไม่ต้องไปตัดแว่นเพิ่มไงล่ะ
 
-สอนให้ระลึกได้ว่าเราเป็นใคร
    เราก็เป็นคนธรรมดาที่มีวิถีชีวิตทั่วไป ตราบที่แว่นนี้กดจมูกเราอยู่ เราก็ไม่ฟุ้งซ่านว่า เราเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาด เพราะสิ่งมีชีวิตอื่นๆนอกจาดมนุษย์ ไม่ต้องการแว่นหรอกจริงมะ
 
-สอนให้มองโลกนี้ต่างออกไป
   มองต่างยังไงก็จากทุกข้อไงล่ะ 55+
 
 

ไปละ แว้บๆ มาอัพตอนเช้าเวลาน้อย อัพได้สั้นจึ๋งเดียวเอง
1月5日

"0"

เลขศูนย์...เลขอันแสนพิศวง
 
บางคราวอาจต่ำต้อยเรี่ยดิน
 
บางคราวอาจเป็นกึ่งกลางที่สรรพสิ่งมาบรรจบ
 
บางคราวอาจเพิ่มค่าสรรพสิ่งนับอนันต์
 
ไม่มีจุดเริ่ม ไม่มีจุดจบ
 
มีช่องว่างที่หายไป...อาจรอคอยวันเติมเต็ม
 
แทนได้ทั้งความมั่งมีและความไม่มี
 
เป็นจุดหยุดนิ่ง ว้เปรียบความมากน้อย
 
ไม่มีใครพึงปราถนา
 
แต่...
 
ทุกอย่างเริ่มที่ศูนย์ และจบลงด้วยศูนย์...
 
**ไม่ขอเสียใจหากวันไหนต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้น
เพราะประสบการณ์ถือเป็นกำไร
ไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม
คนเราก็แค่นี้...
 
เกิด
 
แล้วก็ตาย
 
สำคัญแค่ว่าตอนเราอยู่ เราดำเนินชีวิตที่ดีพอที่จะไม่เสียใจเมื่อเราจากไปหรือเปล่า
 
***หากเราจากไป ไม่อยากให้ใครเศร้าโศกเพราะเรา
แค่อย่าลืมเราก็พอแล้ว...
 
****อย่าหาว่าแช่งตัวเอง เพราะอนาคตไม่แน่นอน
 
 
1月1日

หากว่ามีพร 3 ประการ

คุณจะขออะไร...

 

 

ไม่ขอเรียกขอร้องคำว่ารัก                                       เพราะไม่รู้จักว่ารักเป็นไฉน

ไม่ขอย้อนอดีตที่เสียไป                                         เพราะมั่นใจในสิ่งที่ตนกระทำ

ไม่ขอทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ                               เพราะอาจทาบบดบังหลุมถลำ

ไม่ขอโชคขอลาภแสนเลิศล้ำ                                  เพราะการกระทำต่างหากเกิดผลมี

ไม่ของแข่งขันแย่งความเป็นหนึ่ง                         เพราะถ้าได้ไม่ต้องแย่งก็ถึงที่

ไม่ขอพูดขอทำขอความดี                                       เพราะไม่รู้ว่าดีคืออะไร

ไม่ขออยากรู้เห็นในเรื่องราว                                 เพราะถ้าเราควรรู้คงบอกเราให้

ไม่ขอเป็นความหวังของใครใคร                            เพราะผิดหวังช้ำใจได้เพราะเรา

ไม่ขอเป็นคนฉลาดเจ้าความคิด                              เพราะจิตเพียรเกิดแก่คนเชื่อตนเขลา

ไม่ขอรู้ทุกสิ่งสำแดงเดา                                          เพราะประมาทนั้นเล่าเท่าความตาย

ไม่ของามสวยสง่าหน้าตาเลิศ                                 เพราะอาจเกิดริษยาพาฉิบหาย

ไม่ขออยู่อย่างสุขแสนสบาย                                 เพราะทำให้ลำบากยากไม่เป็น

ไม่เป็นคนจริงถวายสัตย์                                         เพราะอาจมีเหตุขัดข้องที่ซ่อนเร้น

ไม่ขอมั่นฟันธงลงประเด็น                                    เพราะอาจเป็นข้อผูกมัดต่อตัวเรา

ไม่ขอร่ำรวยเลิศจนล้นฟ้า                                       เพราะอาจพาปัญหาพาใจเฉา

ไม่ขอทรัพย์สินล้นเกินตัวเรา                                 เพราะอาจเมาด้วยกิเลสภายในใจ

ไม่ขอหนักแน่นดังพสุธา                                       เพราะอาจถูกเหยียบกายาจนดินไหว

ไม่ขออุ่นหรือส่องทางดังเช่นไฟ                            เพราะอาจไหม้ใครโดยไม่รู้ตัว

ไม่ขอเย็นชุ่มฉ่ำดังสายน้ำ                                      เพราะอาจทำน้ำท่วมทางสลัว

ไม่ขอชื่นดังลมโบกพัดตัว                                       เพราะว่ากลัวพายุจะแฝงมา

ไม่ขอให้ตนเองนั้นมีสุข                                        เพราะไร้ทุกข์สุขจะมีค่าใดหนา

ไม่ขอสุขภาพดีไร้โรคา                                           เพราะอาจทำให้ชะล่าหลงลืมตน

ไม่ขอให้อายุข้ายาวยืน                                           เพราะการฝืนธรรมชาติไม่เกิดผล

ไม่ขออยู่อมตะเป็นบุคคล                                       เพราะการดับทุกข์สงบคือจากไป

ไม่ขออำนาจเดชฤทธิรณ                                        เพราะอำนาจพ้นรับผิดชอบมีไฉน

ไม่ขอให้บันดาลข้าวของใด                                   เพราะสิ่งใดทำได้เองย่อมภาคภูมิ

ไม่ขอดีขอเด่นเรื่องความจำ                                    เพราะอาจย้ำเรื่องอย่างลืมจนกองสุม

ไม่ขอเป็นเจ้าหญิงถูกฟักฟูม                                 เพราะจะไม่รู้จักโลกที่แท้จริง

ไม่ขอคว้าดวงดาวอันแสนไกล                               เพราะอย่างไรดาวกับดินต่างแค่ถิ่น

ไม่ขอบริสุทธิ์ใสไร้มลทิน                                      เพราะความผิดย่อมเป็นประสบการณ์

ไม่ขอเวลาให้มากกว่านี้                                          เพราะอาจมีเวลาใช้ไร้แก่นสาร

ไม่ขอให้วันหนึ่งยืดยาวนาน                                 เพราะจะไม่รู้จักแบ่งเวลา

ไม่ขอให้บังคับใครได้ดังฝัน                                   เพราะเขานั้นย่อมอึดอัดทุกข์หนักหนา

ไม่ขอมีคาถาเวทมนตรา                                          เพราะไม่รู้ว่าจะขออะไร...

 

 

-*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*--*-

 

อาจมีอยู่สิ่งหนึ่ง                    ที่อาจต้องพึ่ง

พรนั้นบันดาลผลให้

"จิตสำนึก"สถิตใน                  หัวใจใครใคร

อยู่ทั่วไปทุกตัวคน

โลกคนมีสุขทุกหน                  แห่งในบัดดล

หากพรข้อนี้เป็นจริง